Sitting is the new cancer – วาทะกรรมนี้ Tim Cook กล่าวไว้เมื่อครั้งเปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมือที่ไม่ได้ใช้แค่บอกเวลาแต่มันยังคอยกระตุ้นเตือนให้คุณขยับร่างกายมากขึ้นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการนั่ง (ทำงาน) แช่อยู่กับที่นาน ๆ จนอาจเกิดผลเสียกับสุขภาพได้ในที่สุด แก่นแนวคิดในการออกแบบเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นนี้ยังขยายไปถึงแวดวงสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ ตลอดจนแลนด์สเคป โดยเฉพาะการออกแบบออฟฟิศสเปซยุคใหม่เพื่อใส่ใจวิถี Wellbeing Workplace ของพนักงานมากขึ้น และกระตุ้นให้เหล่าคนทำงานอยากขยับร่างกาย มีความสุขในการเสียเหงื่อ เพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้น งานดีไซน์ที่แทรกความหวังดีและคิดเผื่อคนอื่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปดูกัน
ไอเดียออกแบบพื้นที่ ชวนขยับร่างกาย
เปลี่ยนบันไดให้กลายเป็นทางลาด

บันไดอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เหนื่อยมากเกินไปจนคนออฟฟิศไม่อยากเดิน บวกกับลิฟท์อาจเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมจนทำให้คนขี้เกียจเดินไปด้วย แล้วปกติอาคารต่าง ๆ ก็มักนิยมออกแบบบันไดซ่อนไว้ในซอกหลืบอาคารที่เข้าถึงยากและไม่ค่อยปลอดภัยเสียเท่าไร ทั้งยังคับแคบ (เพื่อประหยัดพื้นที่) จนทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากใช้ ปัญหาเหล่านี้เองที่ทำให้ Foster + Partners ตั้งเป็นโจทย์สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่เพื่อทำให้คนอยากเดินมากขึ้น

เคสน่าสนใจนี้ก็คืออาคารสำนักงานใหญ่ของสื่อยักษ์ Bloomberg ในลอนดอน โดยสถาปนิกได้ออกแบบไฮไลท์เด่นกลางตึกอย่าง Vortex ให้เป็นเส้นทางลาดเอียงหมุนวนคดเคี้ยวไปมาเพื่อเชื่อมต่อทุกพื้นที่ทำงานทั้ง 6 ชั้นเข้าด้วยกัน ทางเดินนั้นกว้างราว 3 คนยืนเรียงหน้ากระดาน สามารถเดินสวนกันได้แบบไม่เบียดจนอึดอัด ขั้นบันได้ถูกปรับดีไซน์ให้เป็นทางลาดแบบเล่นระดับลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ก้าวสะดวกเดินสบายยิ่งขึ้น และปลอดภัยยิ่งกว่า แถมแพทเทิร์นเส้นทางนั้นโค้งวนแบบไม่มีฟอร์มตายตัวทำให้รู้สึกสนุกในการเดินมากยิ่งขึ้น นอกจากจะออกแบบสวยจนกระตุ้นให้คนอยากเดินแล้วอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน (ลิฟท์) ภายในตึกลงด้วย แล้วนี่ก็คือหัวใจสำคัญหนึ่งสำหรับการออกแบบอาคารนี้ให้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่ยั่งยืนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย
ดีไซน์เส้นทางให้คนอยากเสียเหงื่อ

เคสต่อมานี้ยังคงเป็นเรื่องการออกแบบบันไดให้ชวนเดิน ความตั้งใจของ UNStudio ต้องการออกแบบสำนักงานใหญ่ของ Booking.com ในกรุงอัมสเตอร์ดัมให้เป็นออฟฟิศเดินได้ ผังเส้นทางเดินทั้งหมดออกแบบเชื่อมต่อกันไปจนถึงเชื่อมกับโซนระเบียงด้านในแต่ละชั้นตลอดจนเชื่อมสู่สะพานบันไดที่พาดผ่านโถงกลางตึก เส้นทางทั้งหมดถูกออกแบบให้เดินเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวกตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่ตัวอาคารไปจนถึงพื้นที่ทำงานทุกโซนหรือแม้กระทั่งโซนพักผ่อน rooftop ชั้นบนสุดโดยไม่ต้องใช้ลิฟท์เลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเราไม่สามารถห้ามใครไม่ให้ใช้ลิฟท์ได้ ทางสถาปนิกจึงตั้งโจทย์ให้ตัวเองเพิ่มด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ภายในให้ร่มรื่นเหมือนเดิมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งตรงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาตามธรรมชาติจริง แล้วในส่วนของบันไดนั้นสถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เป็นสไตล์บันไดขั้นถี่สลับพื้นราบพักเหนื่อย มีความชันพอสมควรเพื่อให้คนได้เสียเหงื่อออกกำลังกายกันจริง การออกแบบนี้ไม่ใช่ใส่ใจแค่เรื่องคุณภาพชีวิตเท่านั้นแต่ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพอีกด้วย อย่างน้อยตอนเลิกงานแค่พนักงานตัดสินใจเดินลงบันไดนอกจากจะเพลิดเพลิน (สร้างสุขภาพจิตที่ดีได้ด้วย) ก่อนกลับบ้าน วันนั้นคุณก็ได้ออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ
เนรมิตพื้นที่สีเขียวให้ดึงดูดใจ

ยุคนี้เทรนด์ Biophilic Design (การออกแบบเชิงวิถีธรรมชาติ) กำลังมาแรง อาคารสำนักงานหลายแห่งจึงตั้งใจออกแบบพื้นที่ให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การตกแต่งอาคารลักษณะนี้ไม่ใช่แค่เอากระถางต้นไม้มาจัดวางหรือแซมสีเขียวเข้าไปแบบผักชีโรยหน้าเท่านั้น ทว่ามันคือการตกแต่งอาคารแบบวิถีธรรมชาติ หรือสเกลใหญ่หน่อยก็คือการออกแบบภูมิทัศน์เชิงวิถีธรรมชาติเข้าไปให้ร่มรื่นกลมกลืนกับอาคารและมีระบบนิเวศเติบโตยั่งยืนยาวนานได้ด้วยตัวเอง

เคสสร้างสวนป่าไว้บนตึกที่น่าสนใจและดังไปทั่วโลกนี้ก็คือ AIA East Gateway อาคารสำนักงานสีเขียวในกรุงเทพฯ นี่เอง โปรเจกต์นี้ทาง Shma Company Limited เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบระบบนิเวศควบคู่ไปกับการออกแบบอาคาร มีการคำนึงถึงระบบการจัดการและหมุนเวียนน้ำ (Water Circulation) เพื่อให้วิถีธรรมชาติเติบโตได้ด้วยตัวเอง และให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนป่าตามธรรมชาติจริง นอกจากนี้ยังออกแบบลู่วิ่งแทรกตัวเข้าไปด้วย เสริมจุดพักผ่อนตลอดจนยิมออกกำลังกายใต้ร่มไม้ร่มรื่น เหล่านี้ล้วนดึงดูดใจให้คนอยากออกมาเดินเล่นผ่อนคลายหรือออกกำลังกายเสียเหงื่อมากขึ้น
ออกแบบเส้นทางให้เดินได้ปั่นดี

อาคารขวัญใจนักเดิน-นักวิ่งมีกันเยอะแล้วคราวนี้พามาดูอาคารขวัญใจนักปั่นกันบ้าง โปรเจกต์ Ledger นี้เป็นอาคารสำนักงานแนวราบผสม Community Mall ที่ตั้งอยู่ในเขต Bentonville รัฐ Arkansas เมืองที่ได้ชื่อว่ามีวิถีและวัฒนธรรมจักรยานที่แข็งแกร่งเบอร์ต้นของอเมริกา ดูผิวเผินอาคารนี้อาจไม่ต่างอะไรจากตึกสไตล์โมเดิร์นทั่วไปเท่าไร ทว่าหากมองลึกลงไปจะพบดีเทลที่ชวนเสียเหงื่อได้อย่างน่าออกแรงทีเดียว

จุดเด่นของการออกแบบสถาปัตยกรรมนี้ก็คือการดีไซน์โซนด้านหน้าอาคารให้เป็นทางลาดชันซิกแซกต่อเนื่องจากชั้นล่างสุดจนถึงด้านบนสุดของอาคาร เส้นทางนี้สร้างขึ้นเพื่อให้เราสามารถปั่นจักรยานขึ้นไปบนอาคารแต่ละชั้นได้สะดวก จุดเริ่มต้นของเส้นทางด้านล่างยังเชื่อมต่อสู่ถนนสาธารณะให้เป็นเส้นทางจราจรเดียวกันแบบสะดวกสบายไร้รอยต่อด้วย นอกจากเลนส์ปั่นจักรยานจะกว้างขวางและสวนทางได้อย่างปลอดภัยแล้วบริเวณนี้ก็ยังใช้เป็นทางเดินปกติสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการเดินออกกำลังกายให้ได้เหงื่ออีกด้วย
สร้างสรรค์ชวนมูฟ

การเลือกอาคารสำนักงานในแนวราบแทนแนวดิ่งอาจเลือกลดปริมาณลิฟท์แล้วส่งเสริมให้คนเดินแทนได้ แต่บริษัทที่จะทำแบบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุน (หนา) และมีพื้นที่กว้างขวางเสียมากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ Google Bay View Campus ในซิลิคอนแวลลีย์ที่ Heatherwick Studio ตั้งใจดีไซน์อาคารแนวราบขนาดใหญ่ให้เป็นโถงกว้างภายใต้หลังคาโดมเดี่ยวสุดล้ำ สิ่งที่กระตุ้นให้อยากขยับร่างอาจไม่ใช่แนววิถีธรรมชาติแต่กลับเป็นการดีไซน์สเปซแนว Creative & Artistic Concept ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบแถมไม่มีฟอร์มตายตัว บวกกับระบบทำงานแบบ Flexible Workspace ที่ทุกคนสามารถมูฟไปนั่งตรงโซนไหนก็ได้ตามต้องการ ความหลากหลายของสเปซดีไซน์ก็เลยเป็นสิ่งดึงดูดใจให้อยากเปลี่ยนบรรยากาศขยับขยายย้ายที่ไปได้เรื่อยอย่างอิสระ

อีกอาคารที่สร้างสรรค์ได้ชวนมูฟก็คือ Meta EMEA Headquarters ที่ Dublin ใน Ireland ซึ่งทาง STUDIOS Architecture ออกแบบภายในให้มีสีสันสดใสอย่างมีเทสต์ ปลุกหัวใจวัยเด็กให้เราอยากสนุกขึ้นมาได้ดีทีเดียว จุดเด่นชวนเดินก็คือบันไดโซนกลางตึกที่โปร่งโล่งสบายและเส้นทางดูไม่น่าเบื่อ โถงกลางยังทำให้เราเห็นความสนุกในการสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานต่าง ๆ ที่ชวนให้เราอยากมูฟไปยังจุดโน้นจุดนี้อีกด้วย โดยไอเดียสร้างสรรค์ให้แต่ละห้อง (แต่ละมุมทำงาน) มีบรรยากาศแตกต่างกันไปจนน่ามูฟไปใช้งานก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับออฟฟิศบนอาคารสูงหรือมีพื้นที่ไม่มากได้เช่นกัน
อ้างอิง




