‘ซัมซุง’ เปิดไลน์อัปทีวี Micro RGB ลุยตลาดไทยปี 2026 พลิกเกมพรีเมียมสวนกระแสเศรษฐกิจ

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความตึงตัวและท้าทาย แต่ “ซัมซุง” ในฐานะผู้นำตลาดทีวีอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ได้รุกทำตลาดในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวีระดับเน็กซ์เจน “Micro RGB” เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “จอที่ไม่ปฏิเสธความล้ำ” พร้อมชูเทคโนโลยีความบันเทิงยุค AI อย่าง Vision AI Companion (VAC) และเทคโนโลยีลดแสงสะท้อน Glare Free

เจาะลึกกลยุทธ์ “สวนกระแส” โครงสร้างตลาดที่กลับด้านของซัมซุง

ชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด บอกว่า มีข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า ตลาดทีวีโดยรวมในประเทศไทยมีสัดส่วนเป็นกลุ่ม Volume Zone (เน้นปริมาณ/ราคาเข้าถึงง่าย) 70% และ Premium Zone เพียง 30% แต่โครงสร้างยอดขายของซัมซุงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยสัดส่วนยอดขายของซัมซุงมาจาก Premium Zone อยู่ที่ 70% และ Volume Zone 30%

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทีวีเซกเมนต์พรีเมียมของซัมซุงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยไลน์อัป Neo QLED เติบโตในระดับ Double-digit และไลน์อัป OLED เติบโต Triple-digit สะท้อนว่ากำลังซื้อในตลาดพรีเมียมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ราคาเฉลี่ยทีวีของซัมซุงหากขายผ่านดีลเลอร์ระดับพรีเมียมจะสูงถึง 30,000 – 40,000 บาท เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของตลาดรวมทุกแบรนด์ที่อยู่ประมาณ 10,000 บาท ทั้งนี้ ซัมซุงกำหนดจุดตัดราคาพรีเมียมสำหรับตลาดไทยไว้ที่ 15,000 บาทขึ้นไป และหากราคาแตะ 40,000 บาทขึ้นไปจะถือว่าเป็นกลุ่ม Super Premium

รอบอัปเกรดที่สั้นลง และอินไซต์ที่คาดไม่ถึงของ Gen Z

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซัมซุงเลือกเปิดตัว Micro RGB ในช่วงนี้ คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนใน 2 มิติหลัก 1. รอบการเปลี่ยนทีวีสั้นลงกึ่งหนึ่ง จากเดิมที่ผลวิจัยระบุว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนทีวีใหม่ทุกๆ 8 ปี (ข้อมูลปี 2023) แต่ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า รอบการเปลี่ยนทีวีของคนไทยสั้นลงเหลือเพียง 4 ปี โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแรงดึงดูดสำคัญ

อีกทั้ง ซัมซุงปฏิเสธความเชื่อที่ว่า Gen Z ไม่มีกำลังซื้อ โดย Gen Z เป็นกลุ่มที่มีเงิน แต่มีพฤติกรรมเฉพาะตัวคือ “ทำการบ้านหนัก (Research) ก่อนซื้อ” หากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรือเป็นสิ่งที่ชอบ พวกเขาพร้อมจะทุ่มเงินจ่ายอย่างเต็มที่ (จ่ายสุด) แต่จะไม่ยอมจ่ายสุรุ่ยสุร่ายให้กับสิ่งที่ไม่สนใจ

นอกจากนี้ Gen Z ยังมีพฤติกรรมการรับชมแบบ Multiple Screen (ดูทีวีไปพร้อมกับเล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) ซัมซุงจึงส่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม Lifestyle TV มาตอบโจทย์ เช่น The Moving Style หน้าจอขนาด 27 นิ้วพร้อมล้อลากและแบตเตอรี่ในตัว และลำโพง Wi-Fi ระดับพรีเมียม Music Studio 5 ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Erwan Bouroullec เพื่อเจาะเซกเมนต์นี้โดยเฉพาะ

สำหรับเทคโนโลยี Vision AI Companion (VAC) เป็นการพลิกนิยามใหม่ของทีวีซัมซุงในปี 2026 จากเครื่องมือรับชมทั่วไปสู่การเป็น “Entertainment Companion” ที่เข้าใจผู้ใช้งาน โดยระบบ AI นี้สามารถวิเคราะห์บริบทของคอนเทนต์ที่กำลังรับชม เพื่อแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือสถิติต่างๆ ขึ้นบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ไฮไลต์สำคัญคือการรองรับการสื่อสารด้วยภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติผ่าน Google Gemini และ Microsoft Co-pilot ทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบหรือสอบถามข้อมูลเชิงลึกได้ทันที เช่น การถามชื่อนักกีฬาในหน้าจอ หรือแม้แต่การใช้งานในเชิงธุรกิจอย่างการสอบถามเมนูขายดีสำหรับร้านค้าที่ใช้ทีวีในรูปแบบคอมเมอร์เชียล

ในส่วนของเทคโนโลยี Glare Free นั้น เป็นนวัตกรรมลดแสงสะท้อนเอกสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดของจอภาพให้แสดงผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพแสง เทคโนโลยีนี้จะจัดการกับปัญหาหลักของผู้บริโภค ทั้งแสงแดดหรือแสงไฟที่สะท้อนรบกวนสายตาจนทำให้เห็นรายละเอียดไม่ชัดในฉากมืด โดย Glare Free จะทำหน้าที่รักษาความดำสนิท คอนทราสต์ที่คมชัด และความแม่นยำของสีสันเอาไว้ มอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงใกล้เคียงกับการมองด้วยตาเปล่าและสบายตามากยิ่งขึ้นในทุกมุมมองของห้อง

ใช้ Gen Z วางแผนเพื่อขาย Gen Z และการรุกคืบสู่ B2B

กลยุทธ์การตลาดของซัมซุงในปี 2026 ปรับเปลี่ยนวิธีคิดอย่างมีนัยสำคัญ โดยซัมซุงดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ในทีมมาร์เก็ตติ้งเพิ่มขึ้น เพื่อให้คน Gen Z เป็นผู้วางแผนการตลาดไปถึงคนรุ่นเดียวกัน และให้ความสำคัญกับกลุ่ม “รีวิว (Reviews)” เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่องทางหลักที่ Gen Z ใช้ในการตัดสินใจซื้อ

ขณะที่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business) เช่น ร้านคาเฟ่ หรือคลินิกความงาม ที่หันมาซื้อ Lifestyle TV (เช่นรุ่น The Frame ที่เปลี่ยนสีกรอบได้) แล้วใช้วิธีทำคอนเทนต์เป็นแนวตั้งเพื่อนำทีวีไปหมุนกลับหัวสำหรับใช้เป็นป้ายเมนูหรือป้ายประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการทดแทนการใช้จอ Commercial Display ราคาแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีที่ร้านไม่ได้เปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ระบบเด่นอย่าง VAC ยังสามารถประยุกต์ใช้ในร้านค้าเพื่อตอบคำถามลูกค้าว่าเมนูใดเป็นสินค้าขายดี (Good Seller) ได้อีกด้วย

ไลน์อัป ราคา และเป้าหมายยอดขายปี 2026

ภาพรวมตลาดทีวีในปี 2026 คาดว่าจะเติบโตในระดับ Single-digit สำหรับเป้าหมายของซัมซุง ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายรวมไว้ที่ระดับ Mid Single-digit (ประมาณ 5-7%) โดยสัดส่วนฝั่งพรีเมียมจะยังคงเติบโตในระดับ Double-digit เช่นเดิม

กลยุทธ์ด้านราคาของไลน์อัป Micro RGB ในประเทศไทยปีนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตลงมาสู่ระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ซีรีส์หลัก

ทิ้งท้ายกับความคมชัดระดับ 8K ที่หายไป ซัมซุงให้มุมมองว่าแม้ที่ผ่านมาแบรนด์ได้ผลักดันเทคโนโลยี 8K มาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันตลาดและการยอมรับยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะ “คอนเทนต์” ที่ยังมีไม่เพียงพอ อีกทั้งผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยความละเอียดระดับ 8K จริงๆ ก็ยังมีจำนวนน้อยมาก ดังนั้น ซัมซุง จึงเน้นให้ความสำคัญกับความคมชัดระดับ 4K เป็นหลักในไลน์อัปปัจจุบัน โดยระบุว่าเทคโนโลยีใหม่อย่าง Micro RGB จะเน้นไปที่ความละเอียดระดับ 4K เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมองว่าการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอื่นๆ เช่น คุณภาพของภาพ เสียง และระบบ AI ในระดับ 4K นั้นสามารถตอบโจทย์ประสบการณ์การรับชมที่สมจริงได้เพียงพอและเหมาะสมแล้ว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา