รุธิร์ ท้า ‘แลนด์บริดจ์’ สร้างเสร็จ ปั้นรูป ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ ให้คนปักธูปบูชา

เดิมพันความน่าเชื่อถือ และความโปร่งใสบนนิยายราคาล้านล้าน “แลนด์บริดจ์” ประเด็นที่ตามมา คือเมื่อโครงการเมกะโปรเจกต์ถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเพียง “เรื่องแต่งไซไฟ” ที่เขียนบทเสร็จสรรพแต่ไร้เงาผู้สร้าง นำมาสู่การตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ที่ย้อนแย้งกับตัวเลขการลงทุนมหาศาล นักวิชาการด้านโลจิสติกส์ ท้าว่าหากโครงการสามารถแจ้งเกิดและสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ได้จริง จงปั้นรูป ‘อนุทิน และ พิพัฒน์ ‘ ไว้ให้ผู้คนได้กราบไหว้ปักธูปบูชา 

ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ นักวิชาการด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อดีตกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ  และกรรมการอิสระที่ บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์

ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจถึงประเด็น ‘แลนด์บริดจ์’ เมกะโปรเจกต์ล้านล้าน ที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม ?

เขาเกริ่นว่า สถานะของแลนด์บริดจ์ในปัจจุบันไม่ต่างจากสคริปต์นิยายไซไฟที่ยังรอคอย ‘ผู้สร้าง’ หรือผู้ร่วมลงทุนที่มีศักยภาพจริงมารับไม้ต่อ โดยมองว่านี่คือการ “โยนหินถามทาง” ที่ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปลายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่หยิบยกมาเป็นนโยบายหลัก แต่กลับเผชิญแรงต้านเพราะขาดการสื่อสารที่ชัดเจน

มรดกรัฐบาลเก่า-เมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลใหม่

ศ.ดร.รุธิร์ มองว่าแลนด์บริดจ์เป็นการ โยนหินถามทาง ที่หินมีขนาดก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยปลายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยกระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ พรรคเพื่อไทยที่ยังไม่สามารถผลักดันโครงการนโยบายหลักบางอย่างได้ จึงหยิบเอาเมกะโปรเจกต์นี้ขึ้นมาสานต่ออย่างรวดเร็วเพื่อให้มีผลงานเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือ “การสื่อสาร” ที่ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดแรงต้านจากหลายภาคส่วนที่ไม่มั่นใจในความเป็นไปได้ของโครงการ

Advertisement

น้อยคนจะเข้าใจ ว่า สายเดินเรือ คือหัวใจ ไม่ใช่แค่การสร้างท่าเรือ

ประเด็นหลักที่ ศ.ดร.รุธิร์ เน้นคือ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำว่า โลจิสติกส์ ซึ่งไม่ใช่แค่การขนส่ง แต่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนอยู่ ปัญหาสำคัญที่สุดคือ “การยืนยันจากผู้ใช้จริง” 

Advertisememt

อาจารย์ตั้งคำถามว่าสายเดินเรือ หรือ Shipping Lines ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของท่าเรือ ยืนยันจะมาใช้บริการแล้วหรือยัง ?

“ลูกค้าของท่าเรือคือสายเดินเรือ และลูกค้าของสายเดินเรือคือเจ้าของสินค้า ถ้าสายเดินเรือไม่เข้า แล้วจะมีสินค้าจากไหน? ตอนนี้คนพูดส่วนใหญ่ไม่มีความเข้าใจเชิงเทคนิค แต่ให้ความเห็นกันจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว”

นอกจากนี้ ข้ออ้างเรื่องการประหยัดเวลาเดินทาง 2-3 วัน ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาจาก ต้นทุนรวม และมูลค่าสินค้า ไม่ใช่แค่การลดจำนวนวันเพียงอย่างเดียว รัฐบาลจำเป็นต้องทำ Scenario และ Sensitivity Analysis ที่เมกเซนส์ และโปร่งใสกว่าที่เป็นอยู่

เมื่อถามถึงโครงการสร้างระดับ PPP ที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คอนเฟิร์มเดินหน้าลุย 

ศ.ดร.รุธิร์ ให้ความเห็นเรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐไว้ว่า การลงทุนรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) ที่รัฐบาลมักอ้างถึง ต้องบอกว่า PPP ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ประสบการณ์ที่ผ่านมาของไทยกับโครงการขนาดใหญ่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เช่น โฮปเวลล์ หรือสถานีขนส่งชายแดน ก็แสดงให้เห็นว่าหากเงื่อนไขสัญญายึดโยงกับสภาพแวดล้อมที่หยุดนิ่ง ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เอกชนก็ไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงได้

กฎหมาย PPP ของไทยยังมีปัญหาในการปฏิบัติ แบบที่เห็นได้ในโครงการพื้นที่ EEC ปัจจุบัน

ความโปร่งใส

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 พ.ค. พิพัฒน์ ได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดหลังถูกตั้งคำถามถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปเก็งกำไรที่ดินในจังหวัดระนอง

พิพัฒน์ย้อนถามสื่อกลับว่า “เกี่ยวอะไรกับผม” แม้จะยอมรับว่าซีอีโอของบริษัทดังกล่าวคือน้องชายของตนเอง แต่ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้มีการซื้อที่ดินแม้แต่แปลงเดียว พร้อมตัดพ้อทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นว่า “ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้เพราะคุยไปเดี๋ยวเข้าตัว”

จากความโปร่งใสในมุมมองของนักวิชาการอย่าง ศ.ดร.รุธิร์ กลับไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องการถือครองที่ดิน แต่ลึกซึ้งไปถึง “ความไม่โปร่งใสของตัวเลขและข้อมูล” โดยเฉพาะงบประมาณมหาศาลที่ถูกโยนขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ชัดเจน

ศ.ดร.รุธิร์ มองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องนำระเบียบวิธีวิจัยและตัวเลขที่ตรวจสอบได้มาถกเถียงกันด้วยเหตุผล แทนการใช้อารมณ์หรือการผลักดันเชิงนโยบายเพียงอย่างเดียว เพื่อกู้คืนความน่าเชื่อถือที่กำลังลดน้อยลง

กก.การท่าเรือ ยังได้ฝากข้อคิดเห็นทิ้งท้ายถึงความรับผิดชอบที่ต้องมาคู่กับโครงการขนาดใหญ่ไว้ว่า

“ถ้าสมมติจะสร้างจริงๆ หรือ อนุทิน จะสร้างจริงๆ ก็ไปสร้างรูปปั้น อนุทิน ตรงแลนด์บริดจ์เลย ถ้าประสบความสำเร็จ คนจะได้ปักธูปปักเทียนสรรเสริญ แต่ไม่ประสบความสำเร็จคนก็จะได้รู้ว่าเป็นเพราะใคร แปะชื่อเลย ใครเป็นโปรโมเตอร์โครงการเอาไปเลย

“นายพิพัฒน์อะไรเนี่ยของภาคใต้ ใส่ชื่อไปเลย ใส่นามสกุล ใส่รูปตั้งของเขา เพราะมันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบที่ตามมาด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง