Matcha Edition คาเฟ่ที่เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวของผู้ก่อตั้งสามคนที่เป็นสายมัทฉะทำดื่มเองเป็นกิจวัตร พวกเขามองเห็น Pain Point ของคาเฟ่มัทฉะทั่วไปที่มักขาดความสะดวกสบายในการนั่งยาวๆ ในขณะที่เลานจ์โรงแรมก็น่าเกรงขามเกินไปสำหรับการแต่งตัวสบายๆ ในวันพักผ่อน
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งในฐานะสถาปนิก พวกเขาหยิบทาวน์เฮาส์ในย่านที่อยู่อาศัยมาเนรมิตใหม่ให้เป็น ‘มัทฉะเลานจ์’ ที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยออกแบบประสบการณ์การเดินทางตั้งแต่สวนหน้าทางเข้าก่อนเข้าสู่โซนมัทฉะบาร์ งานออกแบบที่นี่สะท้อนคุณภาพงานสถาปัตยกรรมที่ใส่ใจในทุกดีเทล ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามเทรนด์ แต่เพื่อสร้างพื้นที่ที่กลุ่มแฮงเอาต์ตอนกลางวันสามารถมานั่งทำงาน พูดคุย หรืออยู่กับตัวเองได้อย่างสบายใจ


The Vibe
บรรยากาศของร้านถูกจัดวางมาอย่างดี มีโซนด้านนอกร้านรับลมชิลๆ ถัดเข้ามาเป็นโซนมัทฉะบาร์ และด้านในสุดเป็นพื้นที่ส่วนเลานจ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นที่โปร่งและรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง มีช่องแสงที่ช่วยปรับมู้ดให้เงียบสงบขึ้น เหมาะสำหรับการมาทำงานที่ต้องใช้สมาธิ
ไฮไลต์คือช่วงเย็นที่แสงแดดจะส่องลงมาตรงโซนบาร์อย่างพอดี และด้วยเสน่ห์ของบ้านทาวน์เฮาส์ทำให้เราได้เห็นภาพของคนที่จูงน้องหมามาเดินซื้อมัทฉะ หรือแม้แต่นั่งพักชิลหลังไปคลาสออกกำลังกายมา มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายแบบที่หาไม่ได้จากใจกลางเมือง



The Taste
ทุกเมนูที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงมัทฉะได้ง่ายขึ้น โดยจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ความชอบ เน้นรสชาติหวานน้อยและใช้มัทฉะคุณภาพเยี่ยมอย่าง Saemidori (Ceremonial Grade) และ Uji (Premium Grade) เป็นเบสหลัก
เริ่มจากหมวด STILL (145 บาท) มัทฉะ Saemidori เกรดพิธีการชงแบบใส สำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับรสชาติที่เรียบง่าย
ส่วนหมวด COLD WHISK เป็นมัทฉะผสมนมหรือนมโอ๊ตที่มีให้เลือกทั้ง Saemidori (200 บาท) และ Uji (160 บาท) ให้สัมผัสนุ่ม ดื่มง่าย
ต่อมาหมวด Drift สำหรับสายดื่มมัทฉะกับน้ำผลไม้ เมนูที่เน้นความสดชื่นจากน้ำผลไม้ธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาลให้ฟีลเหมือนจิบม็อกเทล ตัวแรก Coconut Cloudy Matcha (175 บาท) น้ำมะพร้าวสดท็อปด้วยมัทฉะโฟม มีความนุ่มและหวานสดชื่นจากธรรมชาติ
อีกแก้ว Watermelon Matcha (170 บาท) มัทฉะกับน้ำแตงโมที่สีสันสวยงามและแก้วนี้สำหรับเรามันเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ



หมวดสุดท้าย Bloom เมนูในหมวดนี้จะมีหลายเลเยอร์ มีรสชาติที่ซับซ้อนและสนุกสนาน แก้วแรก Jasmine Matcha Bloom (245 บาท) เสิร์ฟมัทฉะมาแบบโฟม ด้านล่างมีกลิ่นหอมของมะลิ ด้านบนท็อปด้วย Marshmallow เบิร์นไฟมาหอมๆ
Banana Bread Matcha (180 บาท) มีความบาลานซ์ความหอมของกล้วยและมัทฉะได้อย่างลงตัว แก้วนี้เหมือนเรากำลังกินขนมอยู่ยังไงไม่รู้
และตัวขนมก็ยังออกแบบมาให้หวานน้อยเพื่อทานคู่กับมัทฉะได้อย่างลงตัว เราได้ลอง Matcha Banoffee Pie (240 บาท) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย เลเยอร์เรียงตัวสวย มีความหอมของครีมมัทฉะเบาๆ
อีกตัวที่อยากให้ลอง Matcha Mochi Cheesecake (240 บาท) ชีสเค้กหน้าไหม้ที่มีโมจิซ่อนอยู่ด้านใน ให้รสสัมผัสหนึบหนับ กินได้เพลินดีทีเดียว


Good for
มัทฉะเลิฟเวอร์ที่กำลังมองหาที่พักใจแห่งใหม่ หรือใครที่อยากหนีความเร่งรีบมานั่งคุยกับเพื่อนในบรรยากาศเลานจ์ที่ดูดีเหมือนโรงแรมแต่สบายใจเหมือนบ้าน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือคอมัทฉะตัวจริง Matcha Edition อาจทำให้คุณหลงรักมัทฉะได้มากขึ้นกว่าเดิม
Matcha Edition
Address: ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 5 (เลียบด่วนรามอินทรา)
Open: เปิดวันพุธ-จันทร์ เวลา 08.30-16.30 น. (ปิดวันอังคาร)
Contact: Matcha Edition
Parking: สามารถจอดรถได้หน้าร้าน**
Budget:** ราคา 200-500 บาทต่อคน




