
ทำเนียบขาวเผยผลการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนจีนพบหารือสี จิ้นผิง ว่า จีนจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุกปีจนถึงปี 2028 เป็นข้อตกลงเพิ่มเติมจากการซื้อถั่วเหลือง 12 ล้านตันที่ตกลงเมื่อปลายเดือน ต.ค. 2025 นอกจากนี้ยังภาคอุตสาหกรรมและแรร์เอิร์ท
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า วันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ทำเนียบขาวเผยแพร่เอกสารสรุปรายละเอียดการประชุมสุดยอด 2 วัน ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนจีน ว่า จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอย่างน้อยปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.55 แสนล้านบาท) ทุกปี จนถึงปี 2028
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น (16 พ.ค.) กระทรวงพาณิชย์จีนเผยแพร่รายงานการประชุม ระบุว่า สหรัฐและจีนจะใช้มาตรการหลายอย่าง รวมถึงการลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทต่อกัน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และกล่าวว่า ทีมงานของสองประเทศยังคงเจรจารายละเอียดอยู่ ขณะที่แถลงการณ์ของทำเนียบขาวไม่ได้กล่าวถึงภาษีนำเข้า
ก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า ประเด็นเรื่องภาษีนำเข้าไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมของตนกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน
กระทั่งล่าสุด ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เจรจาข้อตกลงที่ครอบคลุมหลายด้าน ซึ่งจะช่วยสร้างงานที่มีรายได้สูงในอเมริกาและเปิดตลาดใหม่สำหรับสินค้าของสหรัฐ ดังนี้
● จีนจะหารือเกี่ยวกับข้อกังวลของสหรัฐ เกี่ยวกับการขาดแคลนซัพพลายของแร่หายาก (แรร์เอิร์ท) และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการห้ามหรือข้อจำกัด ในการขายอุปกรณ์และเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปแร่หายาก
● จีนอนุมัติการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งที่ผลิตในสหรัฐ จำนวน 200 ลำแรกสำหรับสายการบินของจีน การจัดซื้อเครื่องบินของจีนในครั้งนี้ถือเป็นการซื้อเครื่องบินโบอิ้งที่ผลิตในสหรัฐครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 จะช่วยสร้างงานด้านการผลิตที่มีค่าตอบแทนสูงและทักษะสูงในสหรัฐ และทำให้ชาวจีนสามารถเดินทางได้อีกหลายทศวรรษข้างหน้า ด้วยเครื่องบินที่ผลิตในสหรัฐ
● จีนจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ อย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.55 แสนล้านบาท) ต่อปี ในปี 2026, 2027 และ 2028 นอกเหนือจากข้อผูกพันในการซื้อถั่วเหลืองที่จีนได้ให้ไว้ในเดือนตุลาคมปี 2025
● จีนจะต่อใบอนุญาตนำเข้าเนื้อวัวของโรงงานผลิตเนื้อวัวของสหรัฐกว่า 400 แห่งที่หมดอายุไปแล้ว และเพิ่มทะเบียนใหม่ โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ เพื่อยกเลิกการระงับการดำเนินงานของโรงงานผลิตเนื้อวัวสหรัฐทั้งหมด
● จีนจะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ เพื่อฟื้นฟูการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐ ที่กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่า ปลอดจากไข้หวัดนกสายพันธุ์ก่อโรครุนแรงแล้ว
ข้อตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐจะเป็นการเพิ่มเติมจากข้อผูกพันการซื้อถั่วเหลืองที่ทำไว้เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2025 ก่อนการเจอกันของทรัมป์และสีที่เกาหลีใต้ ที่นำมาซึ่งข้อตกลงพักรบสงครามการค้า โดยจีนได้ปฎิบัติตามคำมั่นสัญญาเบื้องต้นที่จะซื้อถั่วเหลือง 12 ล้านตัน และสหรัฐกล่าวในขณะนั้นว่า จีนจะซื้อถั่วเหลือง 25 ล้านตันต่อปี เป็นเวลา 3 ปี
แม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลใหม่นี้อาจสร้างความยินดีแก่เกษตรกรที่ต้องการความชัดเจนมากขึ้นจากการประชุมสุดยอดครั้งก่อนที่เกาหลีใต้ แต่ปริมาณดังกล่าวอาจไม่มากพอที่จะตอบสนองความต้องการของเกษตรกรสหรัฐที่ต้องการพลิกฟื้นสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบาก
อีกทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้จีนยังหันไปซื้อถั่วเหลืองที่มีราคาถูกกว่าจากบราซิล หลังจากที่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐครบตามปริมาณที่ตกลงกันไว้ด้วย
ซูซาน สเตราด์ นักวิเคราะห์จาก No Bull Ag ซึ่งเป็นสำนักวิเคราะห์ข้อมูลเจาะลึกตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรระดับโลก ระบุว่า อ้างอิงตามประวัติศาสตร์แล้วการที่จีนให้คำมั่นว่าจะซื้อสินค้าเกษตรที่ไม่ใช่ถั่วเหลืองมูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้สหรัฐกลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าการค้าหลังข้อตกลงระยะที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงข้อตกลงที่บรรลุได้ในสมัยแรกของทรัมป์
“ตลาดต่างกระหายสัญญาณใด ๆ ก็ตามที่บ่งชี้ว่า จีนอาจกลับมาทำธุรกิจกับสหรัฐเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฝ้าย เนื้อวัว หรือถั่ว” สเตราด์กล่าว
เอกสารทำเนียบขาวยังระบุว่า สองประเทศได้จัดตั้งสถาบันใหม่ 2 แห่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมการการค้าสหรัฐ-จีน และคณะกรรมการการลงทุนสหรัฐ-จีน
กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศสามารถหาทางออกให้กับปัญหาต่าง ๆ ได้ ผ่านการเจรจาและความร่วมมือ พร้อมระบุว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ได้รับการหารือกันระหว่างการเจรจาการค้าในเกาหลีใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




