
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอล (IDF) ให้ขยายการควบคุมของอิสราเอลในฉนวนกาซาขึ้นเป็น 70% ซึ่งนโยบายดังกล่าวขัดแย้งกับรายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งมีสหรัฐเป็นตัวกลางในการเจรจา
เนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมว่า “อิสราเอลกำลังบีบกดดันกลุ่มฮามาสจากทุกทิศทาง เราควบคุมดินแดนในฉนวนกาซาอยู่ประมาณ 60% เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ควบคุมได้ 50% ดังนั้นเราต้องเดินหน้าต่อไปทีละขั้น เป้าหมายต่อไปคือขยายการควบคุมเพิ่มเป็น 70%”
ถึงแม้ว่าอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเดือนตุลาคมปี 2025 แต่ยังคงมีรายงานว่าอิสราเอลทำการโจมตีฉนวนกาซาอยู่เป็นระยะ ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในช่วงการหยุดยิงมากถึงกว่า 738 ราย ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขแห่งกาซา การเจรจาข้อเสนอสันติภาพ 20 ข้อที่ระบุให้กลุ่มฮามาสวางอาวุธและอิสราเอลถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา โดยต้องถอยไปอยู่หลังเขตเส้นเหลืองที่จะทำให้อิสราเอลควบคุมดินแดนกาซาประมาณ 53% กลับไม่มีความคืบหน้าต่อเช่นกัน
นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมว่า อิสราเอลจะกำจัดทุกคนที่เป็นตัวการหลักของการบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปี 2023 “เรารับปากว่ากลุ่มฮามาสจะไม่ปกครองฉนวนกาซาทั้งในแบบพลเรือนหรือการทหาร” คัตซ์กล่าว พร้อมทั้งระบุอีกว่าจะมีการบังคับใช้แผนอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาอย่างสมัครใจตามเวลาและแนวทางที่เหมาะสม




