“กองปราบ” เปิดปฏิบัติการ The Red Line ล่าแก๊ง “นายร้อยปอยเปต” รวบ 10 บัญชีม้า ร่วมกันหลอกคุณหมอเหยื่อคดีฟอกเงิน บังคับแชร์หน้าจอมือถือ 24 ชั่วโมง ก่อนสูญเงินมหาศาล
วันที่ 20 พ.ค. 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.3 และ กก.4 บก.ป. เปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” เข้าจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบัญชีม้า จำนวน 10 ราย ในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ
ประกอบด้วย น.ส.จงรัก อายุ 29 ปี, นายวินัส อายุ 28 ปี, นายพัฒนพงษ์ อายุ 32 ปี, นายทินภัทร อายุ 22 ปี, นายยงยุทธ อายุ 51 ปี, นายชนิตกานต์ อายุ 24 ปี, นายครรชิต อายุ 37 ปี, นายพัฒนาพร อายุ 39 ปี, นายณัฐวุฒิ อายุ 27 ปี และนายภาษิต อายุ 37 ปี
ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 525-535/2569 ลงวันที่ 8 พ.ค. 2569 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน”
นอกจากนี้ยังมีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวกัมพูชาอีก 2 ราย คือ MISS CHANKHEMA อายุ 25 ปี และ Mr.SOPHORN อายุ 44 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินในเครือข่ายดังกล่าว
สืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้ ศปอส.ตร. ซึ่งมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำหนดนโยบายเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยมอบหมายให้กองปราบปรามสืบสวนกรณีคุณหมอรายหนึ่งแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online หลังถูกขบวนการ “นายร้อยปอยเปต” โทรศัพท์ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน
โดยคนร้ายใช้วิธีวิดีโอคอลเปิดฉากหลังคล้ายสถานีตำรวจ พร้อมแสดงเอกสารหมายศาลและคำสั่ง ปปง.ปลอม สร้างความหวาดกลัว ก่อนบังคับให้ผู้เสียหายแชร์หน้าจอโทรศัพท์มือถือ ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 วัน รวมทั้งสั่งให้เปิดแอปธนาคารเพื่อตรวจสอบยอดเงิน และหลอกให้โอนเงินทั้งหมดเข้าสู่บัญชีที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบ
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าหลายระดับ ทั้งบัญชีรับโอนแถวแรก บัญชีพักเงิน และบัญชีรับโอนชั้นลึก รวมถึงมีบางรายทำหน้าที่ “ม้ากดเงินสด” คอยถอนเงินสดตามคำสั่งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อตัดเส้นทางการเงินก่อนส่งเงินกลับเข้าสู่เครือข่ายสแกมเมอร์
ตรวจสอบข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online พบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกว่า 76 คดี มูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 123 ล้านบาท จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
สอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า เคยถูก “นายร้อยปอยเปต” หลอกในลักษณะเดียวกับผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและข่มขู่ให้โอนเงิน พร้อมส่งคลิปหน้าจอให้ตำรวจใช้ประกอบการสืบสวนขยายผล
อย่างไรก็ตาม ชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป












