
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ออกแถลงการณ์กรณีสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยกเลิกโทษแบนของโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่โดนใบแดงจากเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับบอสเนีย โดยให้คาดโทษไว้ 1 ปีแทน ทำให้บาโลกันซึ่งเป็นกำลังสำคัญของทีมสหรัฐ สามารถลงช่วยทีมในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย พบกับเบลเยียม ตรงกับเวลาไทย 07.00 น. ช่วงเช้าวันที่ 7 กรกฎาคมได้ โดยต่อมาสื่อหลายสำนัก อาทิ “บีบีซี” “เดอะ การ์เดียน” “เอเอฟพี” อ้างแหล่งข่าววงในว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โทรศัพท์หาจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าเพื่อล็อบบี้ให้ยกเลิกโทษแบนดังกล่าว
แถลงการณ์ของยูฟ่าระบุว่า การตัดสินใจคาดโทษเป็นเวลา 1 ปี สำหรับการบังคับใช้โทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด หลังโฟลาริน บาโลกัน โดนใบแดง ถือเป็นการล้ำเส้น ฟุตบอลก็เหมือนกับกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ต้องยึดกฎกติกาซึ่งเป็นรากฐานของการแข่งขันที่ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส บางครั้งกฎกติกาก็เปิดช่องให้ใช้ดุลยพินิจในการตีความได้ แต่ไม่ใช่ในกรณีนี้ โทษแบนอัตโนมัติขั้นต่ำ 1 นัดหลังจากได้รับใบแดงไม่ใช่ตัวเลือกที่สามารถใช้ดุลยพินิจได้ และไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินจากองค์กรที่มีอำนาจเพื่อให้มีผลบังคับใช้ มันเป็นหลักการที่ฝังอยู่ในกฎระเบียบ ซึ่งไม่สามารถยกเว้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างที่การแข่งขันยังดำเนินอยู่ ซึ่งมีผู้เล่นคนอื่นๆ อีกหลายคนต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันและชดใช้โทษแบนตามปกติไปแล้ว
เมื่อความแน่นอนของกฎกติกาไม่ได้รับการรับรองจากผู้คุมกฎอีกต่อไป ความโปร่งใสของการแข่งขันย่อมตกอยู่ในความคลางแคลง และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันก็จะถูกทำลายลง ในทำนองเดียวกัน การตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างบรรทัดฐานขึ้นมาในการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่นี้ ซึ่งสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันหลังจากนี้จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม อันจะส่งผลเสียต่อตัวทัวร์นาเมนต์เอง
ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ผู้คนรักมากที่สุดในโลกเพราะมันเป็นเกมที่สวยงาม และได้รับความไว้วางใจเพราะมันถูกเล่นด้วยกฎกติกาเดียวกันในทุกๆ ที่ การแข่งขันรายการใดรายการหนึ่งไม่เคยเป็นเอกเทศ และหากทัวร์นาเมนต์ที่กำลังพูดถึงนี้คือฟุตบอลโลก มันก็ย่อมมีพลังที่จะส่งผลกระทบในเชิงบวกหรือเชิงลบต่อวงการฟุตบอลในภาพรวมได้
ยูฟ่าขอแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่สามารถเข้าใจได้ และไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้เช่นนี้




