ผบช.น.ประชุมทุกฝ่าย เร่งแก้ไขปัญหาจุดตัด-จุดเสี่ยง 19 แห่งทั่วกรุง ป้องกันเหตุซ้ำ

บช.น.ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาแยกจุดตัด-จุดเสี่ยงทั่วกรุง 19 จุด สำรวจตีเส้น-ป้ายเตือน ป้องกันเหตุเกิดซ้ำ อึ้ง กฎหมายไม่ครอบคลุมขับ-เสพกับคนขับรถไฟ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 22 พ.ค.2569 ที่บช.น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผบช.น. ดูแลงานจราจร พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พล.ต.ต.สมโภช สุวรรณจรัส ผทค.ตร.รรท.รอง ผบก.น.5 พร้อมผู้แทนกระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก กรมขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการองค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) บริหารจัดการจราจร กรณี เหตุการณ์รถไฟขับชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางรถไฟแยกอโศก – ดินแดง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมดังกล่าวเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีรถไฟชนรถประจำทางเสียชีวิต เชิญคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศ ขสมก. กทม. มาช่วยกันคิด ระยะสั้นหารือส่วนจุดตัดมีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแล ผบ.ตร. สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ การตีเส้น สำรวจสถานีรถไฟ เส้นจราจรที่จุดไหนยังไม่มี ป้ายเตือนให้มีการดำเนินการ ช่วยบริหารจัดการระบบในการดำเนินการรถไฟ

กองบังคับการ หน่วยที่เกี่ยวข้องทำในหน้าที่ ระยะกลาง หรือ ระยะยาว จะมีการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ประเด็นให้กระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ยังบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หารือกรมการขนส่งทางบก มาตรการผู้ฝ่าฝืนบ่อยครั้ง มีมาตรการอย่างหนักสำหรับผู้ฝ่าฝืน ลงไปคุยรายละเอียด บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดจริงจัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดไปประจำจุดพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายบังคับใช้กฎหมาย แม้ว่าข้อกฎหมายมีจุดอ่อนต้องแก้ไขเพิ่มเติม สามารถบังคับใช้ให้ได้อย่างจริงจัง ทางคณะทำงานของบช.น. มีการนำข้อมูลหารือกมธ. สว. สส. นำข้อมูลประเด็นนี้ ประชาชนไม่เกรงกลัวกฎหมายถือเป็นปัญหาสำคัญ หารือคมนาคม ต้องดูกฎหมายเกี่ยวข้องว่าต้องดำเนินแก้ไขอย่างไร

ขณะนี้มีจุดเสี่ยง 19 จุดนั้น สำรวจจุดเสี่ยงแบ่งระดับสีแดงสีเหลืองสีเขียว กองบังคับการ (บก.) ทุกสถานีตำรวจนครบาล (สน.) จุดเสี่ยงสีแดง พื้นที่ทางกายภาพแต่ละจุดไม่เหมือนกัน ให้การรถไฟ สน. กทม. ตรวจสอบสภาพทางกายภาพไม่สมบูรณ์ตีเส้น ครบถ้วนหรือไม่ ตำรวจกำหนดตารางรถไฟ ให้ตำรวจรับทราบมีจำนวนรถไฟผ่านแบบนั้นเพื่อเป็นข้อมูลบริการจัดการจราจร สร้างช่องทางสื่อสารตำรวจกับรถไฟ เวลาเกิดเหตุเร่งด่วน คมนาคมจะดำเนินเป็นเจ้าในภาพร่วม

พล.ต.ท.สยาม กล่าวอีกว่า เบื้องต้นมีการประสานงานระหว่างตำรวจและเจ้าหน้าที่การรถไฟอาจไม่ใกล้ชิดกันที่ผ่านมา หลังจากนี้มีการประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพิ่มขึ้นช่วงระยะกลางระยะยาว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่ได้ดำเนินการร่วมกันด้วยความประมาทอย่างกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น แต่มีการประสานงานกันแต่ข้อมูลไม่ครบถ้วน เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจึงต้องการช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลแก้ไขปัญหาระยะยาว ในการจัดการระบบและโครงสร้างอย่างยั่งยืน

ด้านพล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มแล้ว 14 ราย จากทั้งหมด 32 ราย รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่รถไฟเพิ่มเติมอีก 1 ราย และได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติมอีก 2 ราย คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เราพิจารณาจากกรอบการทำงาน พนักงานขับรถ พนักงานรถไฟ ครบถ้วนหรือไม่ ความผิดถึงใครต้องแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ รวมถึงพี่น้องประชาชนฝ่าฝืนกฎจราจร และผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณา

“เรามีช่องทางการประสานงาน เป็นการอำนวยความสะดวกผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยกัน วันเกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งให้ตำรวจทราบแต่อย่างใด ยืนยันว่าต้องดำเนินการอย่างรอบครอบยุติธรรม ความรู้สึกพี่น้องประชาชน แต่สุดท้ายจะดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ตามหลักฐานปรากฎโดยเฉพาะจากกล้องวงจรปิด” ผบก.น.1 กล่าว

เมื่อถามว่าตำรวจจราจรไม่ระบายรถช่วงติดไฟแดงต้องพิจารณาความผิดหรือไม่ ผบก.น.1 กล่าวว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาต้องพิจารณาจากความประมาท พนักงานรถไฟ ผู้ขับขี่ ครบถ้วน ว่าผู้ขับรถไฟและรถโดยสาร ถ้าทำหน้าที่อย่างครบถ้วนหรือไม่ พิจารณาตามพยานหลักฐานคิดเองไม่ได้ต้องเอาพยานหลักฐานมาตรวจสอบ ตามกฎหมายว่ามีความผิดถึงใครและใครประมาท

ด้าน นายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รถไฟมีกฎหมาย พ.ร.บ.รางรถไฟ และพ.ร.บ.ขนส่งทางราง กรมขนส่งทางราง ออกคำสั่งมาตรการต่างๆ การตรวจสารเสพติดแล้ว เจ้าหน้าที่รถไฟตรวจสอบพนักงานภายในที่ขับรถไฟ ครอบคลุมถึงพนักงานที่ทำการเดินรถ อย่างไรก็ตามการดำเนินคดีเสพยาเสพติดเป็นคดีอาญา สอบปากคำ พ.ร.บ.การเดินรถ ไม่มีข้อหาขับเสพ ยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่าญาติออกมาบอกว่าทางการรถไฟไม่มีคนออกมาขอโทษนั้น นายอุดม กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอาจเป็นการสื่อสารทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน เพราะทางการรถไฟรู้สึกเสียใจทางญาติผู้เสียชีวิตจะเห็นได้ว่า ผู้ว่าการรถไฟ คณะผู้บริหารการรถไฟ เดินทางไปพบกับญาติผู้เสียชีวิตร่วมประกอบพิธีศพ ทั้งนี้ ต้องขอโทษและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การรถไฟเยียวยาเบื้อง 3 แสนบาท มีเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดรวมด้วย ยืนยันว่า ไม่มีการดำเนินคดีต่อสู้กรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

นายอุดม กล่าวอีกว่า การกั้นถนนมีการดำเนินการเร่งด่วนของการรถไฟ มีการปฏิบัติ 1 คน ช่วงเวลาเร่งด่วน ถือว่ามีความเสี่ยงสูงผิดพลาด ผู้ว่าการรถไฟจึงได้เสริมพนักงานเข้าไป เสริมอีก 1 คน เป็น 2 คน ดูแลเครื่องกั้น

จากการสำรวจจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จาก ทั้งหมด 17 จุด พบว่ามีจุดเสี่ยงจำนวน 19 จุด นอกจากนี้ยังให้มีผู้ตรวจดูแลพนักงานขับรถเพิ่มอีก 1 คน เครื่องกั้นถนนในกทม.ชั้นใน เครื่องกั้นไฟฟ้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้คนควบคุม เนื่องจากการใช้ตัวเครื่องกั้นอัตโนมัติมีความเสี่ยง เครื่องกั้นอัตโนมัติไม่มีคนดูแลจะมีอยู่พื้นที่ส่วนนอกต่างจังหวัดถือว่ามีความเสี่ยง ต้องเสริมเข้าไปในจุดที่มีการปิดจราจรให้ครบทุกด้าน

ระยะยาวการรถไฟจะดำเนินการตรวจสอบจุดไหนมีความเสี่ยง จะทำการติดตั้งเครื่องกั้นดังกล่าวทั้งหมด อยู่ระหว่างศึกษาหาแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประชาชนมีการชนเครื่องกั้นทางรถไฟหากเกิดอุบัติเหตุ พนักงานจะใช้คนเข็นแผงกั้นเข้าไปดำเนินการแทน

ขณะที่ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวว่า ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะดำเนินการคดีข้อหาคดีเสพยาเสพติด กับคนขับรถไฟ เนื่องจากเป็นความผิดอาญา ส่วนกัญชาต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่ามีคงามผิดหรือไม่อีกครั้ง