ตร.ติดวงจรปิดซุ่มดู ก่อนบุกรวบยกแก๊ง ลักรถจักรยานยนต์ ขยายผลพบก่อเหตุโชกโชน

สืบเพชรเกษม ติดตั้งกล้องวงจรปิดซุ่มดูแก๊งลักรถจักรยานยนต์ สุดท้ายรวบได้ยกแก๊ง ขยายผลก่อเหตุโชกโชน ทั้งฝั่งธนบุรีและนนทบุรี พบของกลางจำนวนมาก

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.สุธี พรหมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.สน.9 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษมพ.ต.ท.พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม ชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายไตรภพ อายุ 19 ปี นายธีรพล อายุ 19 ปี และนายธัญยารักษ์ อายุ 19 ปี

พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์และใช้ก่อเหตุ เบ้ากุญแจรถจักรยานยนต์ กุญแจรถ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ เช่น ตะกร้าหน้า เหล็กกันลาย หมวกนิรภัย อุปกรณ์ที่ใช้ในการลักรถ ได้แก่ เหล็กปีกเครื่องบิน เหล็กตัวที รวมถึงเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ รวมของกลางทั้งสิ้น 49 รายการ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ที่บ้านเช่า ภายในซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.สามารถ เปิดเผยว่า ก่อนการจับกุม ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.น.9 และพื้นที่ใกล้เคียงหลายคัน จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้าย ศึกษาช่วงเวลาการก่อเหตุ และไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง

จากการสืบสวนพบว่า หลังลงมือก่อเหตุ คนร้ายจะหลบหนีไปยังบริเวณหมู่บ้านพระปิ่น 5 ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา

กระทั่งวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบ นายไตรภพ ขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาในบริเวณที่เฝ้าติดตาม โดยรถมีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกขณะก่อเหตุมาให้ตรวจสอบ นายไตรภพยอมรับว่าเป็นบุคคลตามภาพจริง และรับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาแล้วหลายครั้ง

ผู้ต้องหาให้การว่า หลังลักรถมาได้ ตนจะทำหน้าที่ขับรถมาเก็บไว้ที่ห้องเช่าของตนเอง ส่วนนายธีรพลจะเป็นผู้ติดต่อผู้รับซื้อรถ โดยผู้รับซื้อจะจัดรถขนส่งมารับรถถึงบ้านเช่า ก่อนส่งมอบรถ ตนจะเปลี่ยนเบ้ากุญแจและกุญแจรถ จากนั้นจะมีการจัดทำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนรถ ซึ่งผู้ที่ชื่อ “ตี๋” จะเป็นผู้ส่งมาให้ เพื่อนำส่งไปพร้อมกับรถที่รอการขนส่ง

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านเช่าของ นายไตรภพ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 1 คัน ผู้ต้องหารับว่าเพิ่งร่วมกับนายตี๋ไปลักมาจากพื้นที่พระราม 5 ในท้องที่ สภ.ปลายบาง และกำลังเตรียมส่งให้ผู้รับซื้อ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ ทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ได้จากการลักทรัพย์ ชิ้นส่วนรถ อาทิ ตะกร้าหน้า เบ้ากุญแจ กุญแจ หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลเข้าจับกุม นายธีรพล ที่ห้องเช่าในซอยภาษีเจริญ 58 โดยรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้เหล็กปีกเครื่องบินงัดกุญแจรถจักรยานยนต์ และร่วมก่อเหตุกับนายไตรภพ รวมถึงนายธัญยารักษ์ ซึ่งต่อมาถูกจับกุมได้ภายในซอยบางแค 14

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่า จะนำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ไปจำหน่ายในราคาประมาณคันละ 20,000 บาท แล้วแบ่งเงินกันเพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าจะสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้รับซื้อและผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป