‘โหราประชาธิปไตยฯ’ พลิกมุมมอง ‘โหราศาสตร์’ ไม่ใช่แค่ความเชื่อ ชี้ สังคมไทยแยกไม่ขาด ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์-การเมืองไทย’
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมเสวนาเปิดตัว หนังสือ 2 เล่ม คือ โหราประชาธิปไตยฯ และ เปลี่ยน(ไม่)ผ่านการเมืองไทย 2566-2569 โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ บทสนทนาและค้นหาคำตอบในอนาคตของการเมืองไทย ผ่านความเชื่อและอำนาจ ไปพร้อมกับการเปิดมุมมองใหม่ว่า โหราศาสตร์ไม่เคยเป็นเพียงเรื่องความเชื่อ หากยังเป็นภาษาหนึ่งของการเมืองไทย ที่ซ้อนทับอยู่กับเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์ โครงสร้างรัฐ และการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยมาโดยตลอด ผ่านเวทีเสวนา “Insight Talk ทำนาย ทายรัฐ”
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อเวลา 13.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเสวนา “Insight Talk ทำนาย ทายรัฐ” พบว่าบรรยากาศหน้างานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี อาจารย์ นักวิชาการ และประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังการเสวนากันเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เวทีเสวนาเปิดตัวหนังสือได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 13.30 น เสวนาเปิดตัวหนังสือ “โหราประชาธิปไตย” โดย ดร.เอโดอาร์โด เซียนี (Edoardo Siani), รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร, ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ สิทธิดำรง และนายนริศ จรัสจรรยาวงศ์ ดำเนินรายการโดย นายสมชาย แซ่จิว
ดร.เอโดอาร์โด ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการศึกษาเรื่องนี้ว่า เกิดจากการเล็งเห็นว่าโหราศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยทุกชนชั้น นักมนุษยวิทยาต้องทำในเรื่องที่สำคัญต่อคน ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมไทย การดูดวงเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญมากๆ เขาใช้วิธีลงพื้นที่ศึกษาอย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นยอมฝากตัวเป็นลูกศิษย์เรียนดูดวงจนได้รับใบประกาศนียบัตร และทดลองดูดวงให้คนทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจวงการนี้
นอกจากนี้ ดร.เอโดอาร์โด ยังเผยถึงมุมมองทางวิชาการที่มีต่อคำทำนายทางการเมืองว่า “คำพยากรณ์ทั้งหลาย ผมไม่ได้มองว่าเป็นประวัติศาสตร์ ผมมองว่ามันน่าสนใจในแง่ของเรื่องเล่า ซึ่งผมไม่ได้ต้องการดูว่าจริงไม่จริง ผมต้องการดูว่า ใครพูด และใครพูดในช่วงไหน ซึ่งอันนี้มันจะช่วยให้ผมเสนอทฤษฎีว่าคนที่พูดในช่วงนั้น น่าจะกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือว่าน่าจะมีความหวังเรื่องนั้นเรื่องนี้” ดร.เอโดอาร์โดกล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.ยุกติ ได้วิเคราะห์ว่าหนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เล่าผ่านเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยชี้ให้เห็นว่าศาสนากับการเมืองไทยเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก
“ชีวิตของคนไทย มันแทบจะขาดไม่ได้ คือเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ คุณไม่เข้าใจการเมืองไทยได้หรอก ถ้าคุณไม่เข้าใจมิติความทางศาสนาของมัน มิติความศักดิ์สิทธิ์ของมัน” รศ.ดร.ยุกติกล่าว
พร้อมทั้ง รศ.ดร.ยุกติ ยังได้เสนอแนวคิดเรื่อง ประชาธิปไตยแบบเถรวาท และ มนุษยนิยมแบบเถรวาท ที่มีความแตกต่างจากประชาธิปไตยในโลกตะวันตก ซึ่งในสังคมไทยนั้น ความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจทางการเมือง เป็นสิ่งที่สอดประสานกันและดำรงอยู่ร่วมกับความเป็นมนุษย์ธรรมดา

ขณะที่ ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูดวงว่า ไม่ใช่แค่การอยากรู้อนาคต แต่เป็นการหาทางแก้เพื่อเอาชนะชะตาชีวิต
“ถ้ารู้ว่าจะเกิดอะไรอะไรขึ้น แล้วเราหาทางแก้ ไอ้ที่เราหาทางแก้เนี่ย เรากำลังคืนมิติของปัจจุบัน คืนพลังของคนในปัจจุบัน ในการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มันคือความพยายามของปัจจุบันที่จะสู้กับอนาคต” ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว
ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างโหราศาสตร์กับหลักอำนาจอธิปไตยของประชาชนว่า หากทุกคนสามารถเรียนรู้โหราศาสตร์และอัญเชิญครูบาอาจารย์ได้ ก็เท่ากับทุกคนเชื่อมต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โดยตรง
“ถ้าทุกคนสามารถเรียนรู้เรื่องนี้ได้ ก็แปลว่าทุกคนสามารถสื่อสารกับเทพได้ เทพมาประทับได้ ตรงนี้เป็นฐานที่จะพัฒนาไปเป็นฐานคิดเรื่องอำนาจอธิปไตยต่อไปได้” ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ชี้

ด้าน นายนริศ กล่าวถึงภาพรวมทางประวัติศาสตร์ว่า โหราศาสตร์และความเป็นมูเตลูนั้นฝังรากลึกอยู่ในเถรวาทและวิถีชีวิตชาวบ้านมาโดยตลอด ไม่ใช่ความเชื่อที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น แม้แต่ในช่วงหลังการปฏิวัติ 2475 คณะราษฎรก็ไม่ได้ทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทิ้งไปเสียทีเดียว แต่เป็นการประนีประนอม อย่างไรก็ตาม การฟื้นคืนชีพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโหราศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบนั้น เกิดขึ้นชัดเจนในช่วงหลังรัฐประหารปี 2490 เป็นต้นมา ซึ่งมาพร้อมกับการเสริมสร้างอำนาจนำของราชสำนัก และถูกรัฐบาลเผด็จการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาในการปกครองผู้คนอย่างเข้มข้น เช่น การสร้างเรื่องราวของตลาดพระเครื่อง เป็นต้น







