
โฆษก ตร. เผย ไลฟ์สดสยิวคาดคนปล่อยอาศัย “เพจใหญ่” ผู้ติดตามหลักแสน-ล้าน หลบระบบ AI ของ Meta จนคอนเทนต์ถูกดันขึ้นฟีดอย่างรวดเร็ว
วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีหลังมีการไลฟ์สดลักษณะร่วมเพศผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์เร่งประสานข้อมูลกับบริษัท Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก เพื่อดำเนินการตรวจสอบและระงับเนื้อหาดังกล่าวแล้ว
เบื้องต้นหลัง Meta รับทราบเรื่อง ได้ดำเนินการนำเพจดังกล่าวออกจากระบบ หรือ Take Down เรียบร้อยแล้ว ขณะที่การสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด พบข้อมูลในชั้นต้นว่า ผู้แสดงในคลิปและภาษาที่ใช้ ไม่น่าใช่บุคคลสัญชาติไทย ส่วนสถานที่ถ่ายทำยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ “การไลฟ์สด” โดยตรง แต่เป็นการปล่อยวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิง ก่อนนำมาเผยแพร่ต่อผ่านเพจต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขอข้อมูลเชิงลึกจาก Meta เพื่อขยายผลถึงเจ้าของบัญชีและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับผู้ใช้รายแรกที่เผยแพร่คลิปนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลว่า มีการลงทะเบียนตัวตนของผู้ใช้งานไว้หรือไม่ รวมถึงเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มถึงแนวทางป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า Meta ชี้แจงเบื้องต้นว่า เนื้อหาดังกล่าวหลุดรอดระบบ AI ตรวจจับของแพลตฟอร์ม เนื่องจากกลุ่มผู้กระทำผิดใช้วิธีปล่อยคอนเทนต์ผ่าน “เพจขนาดใหญ่” ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านคน โดยบางเพจอาจให้ความร่วมมือในการปล่อยคอนเทนต์ผิดกฎหมาย ขณะที่บางส่วนอาจเป็นเพจที่ถูกแฮกหรือขโมยมาใช้งาน
ซึ่ง Meta จำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ส่วนกลไกสำคัญที่ทำให้คลิปดังกล่าวแพร่กระจายรวดเร็ว คือเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าไปรับชมพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ ระบบอัลกอริทึมจะประเมินว่าเป็นคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยม จึงดันขึ้นฟีดและเปิดการมองเห็นในวงกว้างมากขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นเนื้อหาผิดกฎก็ตาม
ส่วนกรณีที่คอนเทนต์ลักษณะดังกล่าวถูกพบเห็นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวา มีความเป็นไปได้ 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก คือผู้ปล่อยคลิปตั้งค่าเจาะกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย หรือเลือกโลเคชันประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งเจ้าของเพจสามารถกำหนดได้เอง อีกลักษณะหนึ่ง คือปล่อยแบบ Worldwide ทั่วโลก
แต่บังเอิญมีแอดมินเพจหรือผู้ใช้ชาวไทยที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเข้าไปเห็นก่อน เมื่อกดรับชมหรือแชร์ต่อ ก็ทำให้คอนเทนต์แพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสไวรัลในประเทศไทยซึ่ง หลังตำรวจแจ้งข้อมูลให้ Meta รับทราบ ทางแพลตฟอร์มอยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงมาตรการตรวจจับและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการเต็มรูปแบบ โดย พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเจ้าของเพจและผู้เกี่ยวข้อง
หากพบว่าไม่ใช่เพจอวตาร และเป็นข้อมูลบุคคลจริง แม้อยู่ต่างประเทศ แต่มีผลกระทบหรือเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยได้เช่นกัน ส่วนกรณีที่ผู้กระทำผิดอยู่นอกราชอาณาจักร หากรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน ตำรวจก็สามารถขอศาลออกหมายจับได้ แต่ขั้นตอนการจับกุมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่เข้าไปกดไลก์ กดแชร์ หรือรับชมคลิปดังกล่าวว่า ต้องพิจารณาที่ “เจตนา” เป็นสำคัญ เพราะหลายคนอาจตกใจหรือไม่ทราบเนื้อหาก่อนกดเข้าไปดู ซึ่งตามกฎหมายอาญาต้องดูพฤติการณ์และเจตนาประกอบ
ส่วนกรณีที่มีผู้สังเกตเห็นว่าเพจทางการของหน่วยงานรัฐบางแห่ง เช่น กรมควบคุมโรค หรือแม้แต่เพจของหน่วยงานราชการ เข้าไปคอมเม้นกับไลฟ์สดดังกล่าวนั้น อาจเป็นเพราะผู้ดูแลระบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นเนื้อหาผิดกฎหมายจริงหรือไม่ รวมถึงบางรายอาจไม่ทราบขั้นตอนการกดรายงาน (Report) ที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถทำได้ผ่านเมนู “จุด 3 จุด” บนโพสต์หรือเพจดังกล่าว




