
ดีเอสไอ กางแผนรับตัว สส.ชนนพัฒฐ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังสภาฯ บรรจุวาระเร่งด่วน 28 พ.ค. ลุ้นโหวตให้-ไม่ให้
วันที่ 27 พ.ค.69 จากกรณีเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ส่งหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนปากคำนั้น
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ดีเอสไอได้ทำหนังสือขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งปัจจุบัน นายชนนพัฒน์ อยู่ในระหว่างสมัยประชุม อีกทั้งวาระดังกล่าวได้ถูกบรรจุเป็นเรื่องด่วนในระเบียบการประชุมสภาวันที่ 28 พ.ค.69 เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ดีเอสไอเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ หรือไม่
ทั้งนี้ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจาก สส. ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองระหว่างสมัยประชุม การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวหรือสอบสวน จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎรก่อน เนื่องจากในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยังคงมีกฎหมายหลายฉบับที่มีความสำคัญ และอาจต้องอาศัยเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม
ซึ่งในการโหวตเรื่องต่างๆ อาจมีปัญหาในเรื่องจำนวนเสียงต่อกฎหมายสำคัญได้ จึงทำให้มีขั้นตอนเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปกติที่พนักงานสอบสวนจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความดื้อดึง หรือดื้อรั้น หรือประวิงเวลาการเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า หากในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้โหวตอภิปรายว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ ให้กับดีเอสไอ ขั้นตอนมีตัวอย่างดังนี้ หากสภาฯ มีความเห็นชอบ ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องประสานนัดหมายกับ นายชนนพัฒฐ์ เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจะให้เข้ามาในวันเวลาใด จากนั้นหากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หรือปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่มีเหตุให้ต้องควบคุมตัวไว้
และระหว่างนั้นพนักงานสอบสวนก็มีหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและสอบสวนปากคำเพิ่มเติม รวมถึงรับฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบ พนักงานสอบสวนก็มีหน้าที่รอให้ปิดประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งจะหมดลงในวันที่ 11 ก.ค.69 แทน เพราะหลังจากนั้นก็ถือว่าหมดเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. พนักงานสอบสวนจึงสามารถที่จะออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาได้ หรือถ้าหากผู้ถูกกล่าวหามีท่าทีที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนี ก็สามารถรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับมติในวันพรุ่งนี้




