Yum! ประกาศขายกิจการ พิซซ่าฮัท 8.8 หมื่นล้าน หลังยอดขายทรุด เปลี่ยนสู่เจ้าของใหม่

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ยัม! แบรนด์ส (Yum! Brands) หนึ่งในบริษัทเครือร้านอาหารจานด่วนระดับโลก ประกาศจะขายกิจการ “พิซซ่าฮัท” (Pizza Hut) ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 68 ปี หลังจากต้องเผชิญกับการแข่งขันในท้องตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น และการเป็นร้านอาหารที่ดูล้าสมัย โดยจะขายในราคา 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 88,338 ล้านบาท)

โดย ยัม ระบุว่า บริษัท ลองเรนจ์ แคปิตอล จะเข้าซื้อธุรกิจพิซซ่าฮัท ไป ในราคา 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,000 ล้านบาท) โดยไม่รวมกับพิซซ่าฮัทที่อยู่ในประเทศจีน เนื่องจากพิซซ่าฮัทในจีน จะมีบริษัท ยัม ไชน่า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ซื้อกิจการไปทั้งหมด มูลค่าราว 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39,250 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ประเทศจีน ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของพิซซ่าฮัท ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา โดยมียอดขายส่วนแบ่งที่ราว 19 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ยัม ไชน่า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ได้แยกตัวออกจาก ยัม แบรนด์ส และเป็นบริษัทอิสระตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

ยัม แบรนด์ส ซึ่งยังเป็นเจ้าของกิจการ เคเอฟซี (KFC) และ ทาโก้ เบลล์ (Taco Bell) ได้เริ่มการสำรวจทางเลือกต่างๆสำหรับพิซซ่าฮัท ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ยอดขายทั้งโลกของ ยัม แบรนด์ส ได้เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ยอดขายของพิซซ่าฮัท ทั่วโลก ลดลง 2 เปอร์เซ็นต์

โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ยัม แบรนด์ส ได้ประกาศแผนที่จะปิดร้านพิซซ่าฮัท 250 สาขาในสหรัฐอเมริกา และเมื่อถึงสิ้นปีที่แล้ว พิซซ่าฮัท มีร้านเหลืออยู่ทั้งหมด 19,974 แห่งทั่วโลก

Advertisement

นีล ซอนเดอร์ส กรรมการผู้จัดการของ โกลบอลดาต้า ระบุไว้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนว่า พิซซ่าฮัท เป็นจุดอ่อนในพอร์ตธุรกิจของยัมมาโดยตลอด แม้จะมีความพยายามในการฟื้นฟูแบรนด์ และปิดสาขาที่ทำผลงานได้ไม่ดี แต่ก็เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า การผลักดันให้แผนกนี้กลับมาเติบโตอีกครั้งจะต้องใช้เงินลงทุนและความอดทนในระดับที่ยัมยังไม่พร้อมที่จะทุ่มเท”

ทั้งนี้ พิซซ่าฮัท ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 ที่เมืองวิชิตา รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา โดยสองพี่น้องที่ยืมเงิน 600 ดอลลาร์สหรัฐจากแม่ของพวกเขามาเพื่อเปิดร้าน โดยพวกเขาเลือกชื่อ “พิซซ่าฮัท” เพราะป้ายร้านมีพื้นที่สำหรับอักษรเพียง 8 ตัว

ขณะที่หลังคาสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของพิซซ่าฮัท มีการเปิดตัวเมื่อปี 1969 และในปี 1971 พิซซ่าฮัทได้กลายเป็นเครือร้านพิซซ่าอันดับ 1 ของโลก และในปี 1977 เป๊ปซี่โค (PepsiCo) ได้เข้าซื้อกิจการพิซซ่าฮัท แต่ได้แยกส่วนธุรกิจร้านอาหารออกไป และต่อมาได้กลายเป็น ยัม แบรนด์ส ในปี 1997

ในช่วงทศวรรษ 1980 โดมิโน่ส์ กลายเป็นบริษัทพิซซ่าที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา จากการให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดส่งพิซซ่าภายใน 30 นาที

ทั้งนี้ เมื่อการซื้อกลับบ้าน และการจัดส่งพิซซ่า ได้รับความนิยมมากขึ้น พิซซ่าฮัท ต้องแบกรับภาระร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ให้บริการรับประทานในร้าน ซึ่งแม้ว่าการจัดส่งพิซซ่าจะเฟื่องฟูในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่พิซซ่าฮัท ก็ต้องปิดสาขาในสหรัฐไปถึง 300 แห่ง

รายงานระบุด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พิซซ่าฮัทยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเติบโตของบริการเดลิเวอรี่ ที่ทำการตลาดเพื่อการเข้าถึงอาหารที่หลากหลายประเภท นอกเหนือจากพิซซ่า ยอดขายพิซซ่าในสหรัฐ ชะลอตัวลงอย่างมาก นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ของโควิด19 โดยในปี 2024 ยอดขายของพิซซ่าฮัทเติบโตไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ และปี 2025 ยอดขายลดลงไปน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

คริส เทอร์เนอร์ ซีอีโอ ของ ยัม แบรนด์ส กล่าวในแถลงการณ์ว่า การขายกิจการพิซซ่าฮัท จะทำให้ยัม แบรนด์ส สามารถมุ่งเน้นไปที่แบรนด์ที่มีผลประกอบการที่ดีกว่าได้มากขึ้น ภายใต้การบริหารของ ลองเรนจ์ และ ยัม ไชย่า พิซซ่าฮัท จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยเจ้าของที่มีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง ในอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับบริษัท ลองเรนจ์ แคปิตอล ตั้งอยู่ในรัฐคอนเนคติคัต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดย บ็อบ เบอร์ลิน ที่ได้กล่าวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ว่า เขาตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับทีมผู้บริหารของแฟรนไชส์ของพิซซ่าฮัท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป และว่า พิซซ่าฮัท เป็นแบรนด์ระดับโลกที่เป็นที่รัก มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และฐานลูกค้าที่ภักดี ซึ่งมีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่จะเทียบไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่า ลองเรนจ์มีแผนที่จะปิดร้านพิซซ่าฮัทสาขาใดบ้าง ทางบริษัทยังไม่มีการแสดงความเห็นแต่อย่างใด

ขณะที่ยัม แบรนด์ส ระบุว่า การขายกิจการพิซซ่าฮัท ทั้งในสหรัฐและจีน คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่สามปีนี้