‘สน.บางบอน’ ร่วม ‘ป.ป.ส.กทม.’ ขยายผลยึดทรัพย์ โรงงานผลิตกัญชา แก๊งเวียดนาม ยึดรถยนต์ 2 คัน-แอร์กว่า 60 ตัว เร่งตรวจสอบเส้นเงิน จ่อออกหมายจับ 2 นายทุน ชาวไทย-เวียดนาม
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 29 พ.ค.2569 พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภกร กันมาลักษณ์ รอง ผกก.สส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปส.กทม. นำโดย นายอดิเรก อ่อนละมูล ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ปปส.กทม. และนางพัสพงค์ นิ่มสำลี ผู้ช่วย ผอ.เขตบางบอน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน และเจ้าหน้าที่สำน้กงาน ปปส.กทม.ลงพื้นที่ตรวจค้นโรงงานผลิตกัญชา ภายในบางบอน4 ซอย 6 แขวงบางบอนเหนือ กทม.
โดยโรงงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนาม ได้จำนวน 7 ราย ในข้อหา “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน” พร้อมตรวจยึดของกลางกัญชาแปรรูป และยางกัญชา หรือแฮชชิช ได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบตัวเจ้าของโรงงานดังกล่าว
ผกก.สน.บางบอน กล่าวว่า วันนี้ประสานความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ ปปส. กทม. และสำนักงานเขตบางบอน เพื่อมาสืบทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการกระทำความผิดจากการจำหน่ายยาเสพติด ผลการตรวจยึด เครื่องปรับอากาศแอร์ จำนวนกว่า 60 ตัว รวมราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาท และรถเก๋ง โตโยต้า อแวนซา จำนวน 1 คัน ซึ่งจอดไว้ภายในโรงงานดังกล่าว

ด้านนายอดิเรก ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ปปส.กทม. กล่าวว่า หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหาผลิต-จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) จึงนำไปสู่การยึดทรัพย์สิน โดยก่อนหน้านี้ยึดเงินสด และรถยนต์จำนวน 2 คัน โดยวันนี้มีการ ตรวจยึดส่วนประกอบของอาคาร เป็นแอร์ ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม
ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับ โรงงานกัญชาเถื่อนบริเวณบางบอน 5 ซอย 3 ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.เข้าไปจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่ เนื่องจากพบมีใบอนุญาต ในการปลูกและจำหน่ายกัญชาได้เฉพาะช่อและดอก แต่มีการลักลอบผลิตยางกัญชา ถือเป็นสารสกัดผิดกฎหมายยาเสพติดประเภทที่ 5 เป็นลักษณะเดียวกันซึ่งเข้าข่ายความผิดในข้อหาผลิตและจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 5 จึงต้องมีการยึดทรัพย์สิน และตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ผกก.สน.บางบอน กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2 โรงงานดังกล่าวค่อนข้างมีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนามเหมือนกัน ซึ่งโรงงานดังกล่าวทางสำนักงานเขตบางบอนจะได้มีการตรวจสอบ แต่พบว่ากัญชาสามารถขออนุญาตปลูกได้ และบางคนยัง สับสนว่ากัญชาปลูกได้หรือไม่ได้ ซึ่งได้รับความยืนยันจากกรมการแพทย์แผนไทยระบุว่า ยังสามารถปลูกได้ และต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายและแปรรูป แต่ทำได้เฉพาะตามใบอนุญาต แต่หากนำมาปลูกแล้วแปรรูปเป็นสารสกัดกัญชา หรือยางกัญชาก็ผิดกฎหมายถูกดำเนินคดี
ขณะที่ นางพัสพงค์ นิ่มสำลี ผู้ช่วย ผอ.เขตบางบอน กล่าวว่า จะมีการทำหนังสือไปยังกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบสถานที่ขออนุญาตปลูกกัญชาในพื้นที่เขตบางบอนว่าอยู่บริเวณไหนบ้าง และจะร่วมกับ สน.บางบอนตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า พบนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง จำนวน 2 ราย เป็นคนไทย 1 รายและชาวเวียดนาม 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ โดยการขยายผลดังกล่าว เกิดจากการสั่งการของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 ที่ต้องการขยายผล และหาตัวนายทุนของแก๊งเวียดนามดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีทั้งหมด




