นายกปิงปองแจงเหตุโควต้า อชก. นักกีฬาชายได้ไปแค่ 3 คน

ตามที่มีกระแสดราม่าในโลกโซเชียลเกี่ยวกับการเปิดคัดตัวนักกีฬาเทเบิลเทนนิสตัวแทนทีมชาติไทยที่จะเข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคมนี้ ซึ่งโลกโซเชียลตั้งข้อสังเกตเรื่องที่สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยจะส่งนักกีฬาหญิงเข้าร่วม 5 คน และนักกีฬาชาย 3 คน ซึ่งสมาคมวางตัวนักกีฬาชายเป็นตัวยืนไว้แล้ว 2 คน และเปิดคัดตัวเพิ่มอีกเพียงคนเดียวนั้น

ล่าสุด “บิ๊กตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวในวันคัดตัวนักกีฬาปิงปองทีมชาติไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ว่า ผู้ที่จะเป็นคนเลือกว่านักกีฬาชนิดไหนของไทยได้ไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์จำนวนเท่าไหร่บ้างนั้น คือ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งได้วางหลักเกณฑ์นักกีฬาที่จะเข้าร่วมออกมา 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.นักกีฬาจะต้องได้เหรียญทองจากมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่จัดที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา 2.นักกีฬาจะต้องเคยได้เหรียญรางวัลจากมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์หนที่แล้วที่จัดขึ้นที่ประเทศจีน 3.จะต้องเป็นชนิดกีฬาที่ได้เข้าร่วมในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ หรือหากไม่ผ่าน 3 ข้อแรกก็จะต้องเป็นชนิดกีฬาที่มีแรงกิ้งอยู่ใน 4 อันดับแรกของเอเชีย หรือ 8 อันดับแรกของโลก หรือสหพันธ์กีฬาชนิดนั้นๆ มีการคัดเลือกให้เข้าร่วม

ประมุขปิงปองไทย กล่าวต่อว่า จากหลักเกณฑ์ที่ออกมาทั้งหมดส่งผลให้สมาคมสามารถส่งนักกีฬาหญิงเข้าร่วมได้เต็มโควต้า 5 คน แต่ฝั่งนักกีฬาชายเราไม่ผ่านเกณฑ์ใดๆ อย่างไรก็ดี ทางสมาคมได้พยายามอุทธรณ์ในการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการโอลิมปิคไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยสมาคมได้ยกผลงานของนักกีฬาที่พอจะเทียบเคียงได้ นั่นคือ 1.”นอร์ตั้น” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ ดาวรุ่งวัย 16 ที่สามารถคว้าแชมป์โลกคู่ผสมรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในรายการนั้นเจ้าตัวที่จับคู่กับ “พลอย” กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล สามารถเอาชนะนักกีฬาจีนได้ทั้งรอบรองและรอบชิง ก็เป็นผลงานที่เทียบเคียงกับการเป็น 1 ใน 8 ของโลกได้ และเป็นเยาวชนที่กำลังพัฒนาต่อยอดได้

และ 2. “บอล” ภาคภูมิ สงวนสิน ที่เป็นพี่ใหญ่ของทีชาติไทยฝ่ายชายของปิงปองไทย สามารถจับคู่ผสมกับ “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง ผ่านเข้าไปได้ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่แล้วเมื่อปี 2022 ซึ่งรายการนั้นสามารถเอาชนะมือท็อปของโลกเข้าถึงรอบ 8 คู่ แล้วหากชนะอีกนัดเดียวก็จะได้เหรียญรางวัลแล้ว ถือว่าใกล้เคียงมาก สมาคมจึงขอโอกาสให้กับนอร์ตั้น และภาคภูมิ และทางโอลิมปิคไทยก็มองว่าไป 2 คนย่อมดีกว่าคนเดียว เพราะหากไปคนเดียวจะมีโอกาสได้เล่นน้อย แค่ประเภทเดี่ยว แต่นี่จะสามารถได้เล่นทั้งเดี่ยว คู่ และคู่ผสม

นอกจากนี้ ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ทราบมาว่าในโอลิมปิกเกมส์จะมีการเพิ่มการแข่งขันประเภททีมผสม ก็คือเอานักกีฬาชายผสมกับทีมหญิง ดังนั้นหากในเอเชี่ยนเกมส์ที่จะถึงนี้หากเราเพิ่มนักกีฬาชายเป็น 3 คน ก็จะมีโอกาสลงแข่งขันในประเภททีมด้วย เป็นการเตรียมพร้อมสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา ท้ายที่สุด คณะกรรมการโอลิมปิคให้ความกรุณาส่งนักกีฬาชายเทเบิลเทนนิสได้ 3 คน นั่นจึงเป็นที่มาว่าจากที่ปิงปองไทยเราไม่ได้โควต้านักกีฬาเข้าร่วมเอเชี่ยนเกมส์ แล้วทำไมถึงได้โควต้ามา 3 คน แล้วทำไม ฐิตภัทร กับภาคภูมิ ถึงได้เป็นตัวยืนเพราะเอาผลงานของทั้ง 2 คนนี้ไปเสนอเพื่อให้ได้สิทธิมาเพื่อจะมีทีมปิงปองผู้ชายไทยในเอเชียนเกมส์ปีนี้

Advertisement

“มีคำถามว่า เราสามารถที่จะเสียเงินจ่ายเองในการซัพพอร์ตเพิ่มโควต้านักกีฬาไปร่วมแข่งในเอเชี่ยนเกมส์ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องเรียนว่าในการส่งนักกีฬาไทยไปร่วมมหกรรมกีฬาต่างๆ นั้นถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ หรือโอลิมปิกเกมส์ สมาคมไม่ได้เป็นคนส่ง แต่เป็นผู้เสนอรายชื่อไปเท่านั้น แม้เรามีเงินแล้วเราอยากไป เขาก็ไม่อนุมัติ นี่คือที่อยากจะเรียนแจ้งให้แก่คนในวงการปิงปองไทยและแฟนๆ กีฬาได้รับทราบ” นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยกล่าว