
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ให้การต้อนรับพลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ อดีตผู้นำรัฐบาลทหารที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา ในการเดินทางเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน ก่อนผู้นำทั้งสองจะนั่งลงหารือร่วมกันที่ทำเนียบไฮเดอราบัด ในกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน
การเยือนอินเดียครั้งนี้ของมิน ออง ไลง์ ถือเป็นภารกิจในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของเขาหลังจากก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากชาติตะวันตกและกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิ
ขณะที่นายโมดีกลายเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ให้การต้อนรับมิน ออง ไลง์ในฐานะประธานาธิบดีเมียนมา แม้นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน จะได้พบกับมิน ออง ไลง์ ในฐานะประธานาธิบดี ระหว่างการเยือนเมียนมาของนายหวังเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
กระทรวงต่างประเทศระบุว่า ผู้นำอินเดียและเมียนมาจะพูดคุยหารือถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมระหว่างสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ได้เดินทางมาถึงประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม พร้อมกับคณะรัฐมนตรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงและกลุ่มผู้นำนักธุรกิจของเมียนมา โดยภารกิจการเยือนอินเดียครั้งนี้ มิน ออง ไลง์ ยังจะเข้าร่วมเวทีการประชุมภาคธุรกิจด้วย
เมียนมาภายใต้รัฐบาลทหารได้ถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติหลังจากกองทัพเมียนมานำโดยมิน ออง ไลงก์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 เหตุรัฐประหารดังกล่าวส่งผลให้มิน ออง ไลง์ ถูกแบนจากเวทีประชุมสุดยอดในภูมิภาคอย่างอาเซียน เพื่อกดดันให้ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมายุติเหตุความรุนแรงและฟื้นฟูสันติภาพและประชาธิปไตยคืนสู่ประเทศ
สื่อทางการเมียนมารายงานว่า ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ได้กล่าวเชิญให้นักธุรกิจอินเดียเข้ามาลงทุนในประเทศเมียนมาแล้ว รวมถึงในโครงการ Yadanabon Cyber City ซึ่งเป็นเมืองเทคโนโลยีแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในภูมิภาคมัณฑะเลย์ โดยเขาให้การรับประกันถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือได้ในประเทศเมียนมา ในระหว่างการประชุมที่กรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังระบุว่า โครงการขนส่งมวลชนแบบหลายรูปแบบ Kaladan และทางหลวงเชื่อมอินเดีย-เมียนมา-ไทย คาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าทวิภาคี พร้อมทั้งเปิดเส้นทางเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดียด้วย




