ไม่คือไม่! ม็อบกรีนแลนด์ ชุมนุมต้านทรัมป์กระหายฮุบดินแดน หน้างานเปิดสถานกงสุลใหม่สหรัฐ

ประชาชนชาวกรีนแลนด์หลายร้อยคนรวมตัวเดินขบวนและไปชุมนุมประท้วงอยู่หน้าสถานกงสุลแห่งใหม่ของสหรัฐอเมริกา ในกรุงนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ ในพิธีเปิดทำการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เพื่อแสดงการต่อต้านความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแผ่ขยายอิทธิพลของสหรัฐเพิ่มขึ้นในดินแดนเกาะอาร์กติกที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

การย้ายสถานกงสุลสหรัฐที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ชานเมือง มายังสำนักงานที่ใหญ่กว่ามากในใจกลางเมือง กลายเป็นจุดสนใจของชาวกรีนแลนด์ที่ไม่พอใจทรัมป์ซึ่งแสดงความมุ่งมาดปรารถนาอย่างเปิดเผยในการจะเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองภายใต้อาณัติของเดนมาร์ก

รอยเตอร์

กลุ่มผู้ชุมนุมต่างถือธงของกรีนแลนด์และป้ายที่มีข้อความว่า “สหรัฐอเมริกา หยุดเถอะ” พร้อมตะโกนว่า “ไม่ก็คือไม่” และ “กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์”

ด้านนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซ่น นากรัฐมนตรีกรีนแลนด์และนักการเมืองอีกหลายคน กล่าวว่าพวกเขาปฏิเสธคำเชิญของสหรัฐให้เข้าร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลใหม่แห่งนี้

“เรายังไม่ได้ตัดสินใจในหลักการ แต่ผมจะไม่เข้าร่วม” นีลเซ่นบอกกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Sermitsiaq

Advertisement

ส่วนในงานพิธีเปิดสถานกงสุลสหรัฐแห่งใหม่ นายเคนเน็ธ โฮเวอรี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเดนมาร์ก กล่าวว่า “เราจะเป็นเพื่อนบ้านและอยู่เคียงข้างคุณเสมอในฐานะพันธมิตรและหุ้นส่วน ไม่ว่าคุณจะตัดสินอนาคตของคุณเองอย่างไร”

ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สถานที่ใหม่นี้มีพื้นที่กว้างขวางกว่าและเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดำเนินงานทางการทูตของสหรัฐในกรีนแลนด์

รอยเตอร์

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำเนียบขาวระบุว่าทรัมป์กำลังพิจารณาว่าจะได้เกาะกรีนแลนด์มาอย่างไร ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารสหรัฐ ท่าทีดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับชาติพันธมิตรนาโตในยุโรปเป็นอย่างมาก แม้ว่าในภายหลังจะหันเข้าหาการเจรจาทางการทูตก็ตาม

รัฐบาลกรีนแลนด์ระบุในวันจันทร์(18 พ.ค.)ว่า มีความคืบหน้าในการเจรจาที่มีเดิมพันสูงเกี่ยวกับอนาคตของดินแดนกรีนแลนด์ ท่ามกลางภัยคุกคามจากการมุ่งหมายผนวกดินแดนของสหรัฐ พร้อมกับย้ำว่าเกาะกรีนแลนด์เป็นของประชาชนกรีนแลนด์และจะไม่มีวันขายเด็ดขาด

ทั้งนี้ทรัมป์เคยกล่าวถึงดินแดนกรีนแลนด์ ซึ่งมีประชากรอยู่ราว 57,000 คนว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการต่อต้านอิทธิพลของรัสเซียและจีนในแถบอาร์กติก และปัจจุบันสหรัฐมีฐานทัพทหารตั้งอยู่ที่นี่เพียงแห่งเดียวจากที่เคยมีอยู่ประมาณ 17 แห่งในปี 1945