อะไรใหม่ๆ เบอร์ 9 บุกสยาม โชว์ป้าย ‘เอ้า…เปิด!’ แง้มนโยบายเปลี่ยน ‘เมือง’ เป็นแคนวาส ดึงศิลปินสร้างงานอาร์ต
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 9 ขึ้นรถแห่ EV ไปสยามสแควร์ เปิดตัวป้ายหาเสียงรูปแบบผลงานศิลปะบนจอ LED บิลบอร์ด และพื้นที่หน้าประตูลิฟต์ ประเดิมสัปดาห์แรกด้วยผลงาน 3D Art จากศิลปินดัง เจ้าของเพจ Uninspired by Current Event
นายชัชชาติเปิดเผยถึงแนวคิดนี้ว่า เกิดจากคำถามที่ว่า ทำไมป้ายหาเสียงจะต้องน่าเบื่อและรกรุงรัง จึงเป็นไอเดียในการเปลี่ยนป้ายหาเสียงให้เป็นผลงานศิลปะ โดยให้ ‘เมือง’ เป็นเสมือนแกลลอรี จัดแสดงผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับนโยบายของตน แทนที่จะมีเพียงภาพใบหน้าและหมายเลขผู้สมัคร

“ถ้าเราดูแต่ละผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมา จะเห็นว่ามีการแฝงนโยบายของเราทั้ง 250+ นโยบายเข้าไปด้วย มีครบถ้วนทั้งเรื่องขยะ หมาแมว การศึกษา การปลูกต้นไม้ และลานกีฬา ผมเชื่อว่าป้ายศิลปะเหล่านี้สามารถแถลงนโยบายได้ดีกว่าป้ายธรรมดาเสียอีก เพราะรูปเดียวสามารถสะท้อนได้หลายสิบนโยบาย อีกทั้งยังทำให้เมืองมีสีสันและสวยงามมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับ การเช่าพื้นที่จอ LED บิลบอร์ดขนาดใหญ่นั้น นายชัชชาติระบุว่าใช้งบประมาณน้อยมาก เนื่องจากเป็นการเช่าเวลาเพียงรอบละ 15 วินาที หมุนเวียนกันไป โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในกรอบที่กำหนดและได้รายงานต่อ กกต. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ร่างกายเดิม แต่ความคิดใหม่ทุกวินาที” นายชัชชาติเผย
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่า การใช้ผลงานศิลปะแทนภาพใบหน้า จะทำให้คนกรุงเทพฯจดจำผู้สมัครได้น้อยลงหรือไม่?
นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่กังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะเป้าหมายหลักคือการทำให้เมืองมีความสวยงามและรื่นรมย์

“มีคนบอกว่า ผู้ว่าฯคนเดิม ก็จะได้ของเดิมๆ ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ ร่างกายอาจจะเป็นของเดิมที่เก่าลงไปทุกวินาที แต่จิตใจและความคิดเราใหม่ขึ้นทุกวินาที นี่คือหัวใจในการบริหารที่จะต้องมีสิ่งใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออก ส่วนเรื่องการจดจำหมายเลข เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้ว แต่สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ได้ออกมานอกบ้านบ่อยนัก เราก็ยังมีป้ายหาเสียงรูปแบบปกติเสริมในพื้นที่ชุมชน” นายชัชชาติเผย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจอ LED ยังมีการใช้พื้นที่หน้าประตูลิฟต์เพื่อสื่อสารแนวคิดการทำงาน ผ่านข้อความ “เอ้า…เปิด!” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่นายชัชชาติไปพิธีเปิดสะพานบริเวณถนนพรานนก-พุทธมณฑล ตัดใหม่ เพื่อสื่อถึงรูปแบบการทำงานในอนาคตของ กทม. ต้องลดพิธีรีตองที่เยิ่นเย้อ ยึดประโยชน์ที่ประชาชนต้องได้รับเป็นที่ตั้ง และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้แคมเปญนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย “City as Canvas” ที่ต้องการเปิดพื้นที่สาธารณะในเมือง เช่น สถานี BRT, ศาลารอรถเมล์, สะพานลอย หรือ Street Furniture ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยในอนาคต กทม.จะมีโครงการ Open Call เปิดรับศิลปิน นักออกแบบ และนักศึกษา เข้ามาร่วมออกแบบเมือง โดย กทม.จะสนับสนุนด้านการผลิต การติดตั้ง และการดูแลความปลอดภัย







