เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน ที่เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อถึงเวที นายกรัฐมนตรีทำวันทยหัตถ์หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้ววางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน จากนั้นถวายธูปเทียนแพ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
จากนั้น นายกรัฐมนตรีนำกล่าวถวายราชสดุดีและกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่ได้มาพร้อมกันอยู่ ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนทั่วโลก มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกันในวันนี้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชหฤทัย อันเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์มีความสุขสวัสดิ์ ทรงสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งด้านการสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ และการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการในพื้นที่ต่างๆ ด้วยทรงตระหนักถึงประโยชน์สุขของราษฎรทั้งมวล

นอกจากนี้ ยังทรงส่งเสริมผ้าไทยและหัตถศิลป์พื้นถิ่น ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยอันวิจิตรในโอกาสต่างๆ อันเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ น้ำพระราชหฤทัยและพระราชจริยวัตร อันงดงามยิ่งนี้ ได้ส่งเสริมพระเกียรติคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้เป็นที่ประจักษ์แก่อาณาประชาราษฎร์โดยทั่วกัน
ในศุภวาระอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต นำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้
“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพร ด้วยความจงรักภักดี ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมจตุรพิธพรชัย พระเกียรติคุณเกริกไกรแผ่ไพศาล ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็น มิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ”
จากนั้น นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และนำร้องเพลงสดุดีจอมราชา จบแล้วกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี









