เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี (OECD Ministerial Council Meeting 2026 หรือ MCM) หรือได้มีโอกาสพบหารือกับที่ปรึกษาประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส สำหรับภูมิภาคอเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย ณ ทำเนียบประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่า ได้มีการหารือถึงเรื่องประเทศเมียนมา เพื่อให้เข้าใจว่า เหตุใดไทยจึงมีบทบาทในเรื่องที่เราอยากเห็นการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับประเทศเมียนมา เพราะเวลาผ่านมา 5 ปีแล้ว หลังผู้นำอาเซียนได้มีฉันทามติ 5 ข้อเกี่ยวกับเมียนมา แต่เราต้องยอมรับว่า ไม่มีความคืบหน้ามากนัก ประเทศไทยเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน เราคอยไม่ได้ เพราะเราต้องการเห็นสันติภาพ และยังมีความร่วมมือชายแดน และปัญหาชายแดนมากมายไปหมด สิ่งที่ไทยขับเคลื่อน ไม่ได้เป็นเพียงผลประโยชน์ของไทยเท่านั้น เรายังมองเรื่องสันติภาพ และการปรองดองในประเทศเมียนมา และเราที่พยายามมีปฏิสัมพันธ์ เราไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ฝ่ายเมียนมาก็ต้องมีการตอบสนองต่อข้อกังวลของไทย และอาเซียนด้วย

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ได้เล่าให้ฝรั่งเศสฟังว่า ที่ผ่านมาที่ตนไปเยือนประเทศเมียนมา ได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ไทยพร้อมจะช่วย ในเรื่องการปรองดองภายในประเทศ การปล่อยนักโทษการเมือง ตอนที่พบกับ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ก็ได้หยิบยกประเด็นของนางออง ซาน ซูจี กับประธานาธิบดีว่า เป็นข้อกังวลของประชาคมโลก หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์กว่าก็มีการปล่อยตัว ที่ปรึกษาประธานาธิบดีฝรั่งเศสมีความสนใจในเรื่องนี้ และตอนนี้หลายประเทศก็กำลังคิดที่จะปรับแนวทางในการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไร เห็นได้ชัดว่าในช่วงหลังอาเซียนก็เปลี่ยนแล้ว หลังจากที่เราพยายามบุกเบิกในเรื่องนี้ว่า มันสำคัญอย่างไรที่เราจะต้องพิจารณา แนวทางใหม่ในช่วงหลัง และหลายประเทศในอาเซียนก็เปลี่ยนแล้ว


นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียได้เดินทางไปเยือนเมียนมา และได้ข่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย รวมไปถึงรัฐมนตรีต่างประเทศลาวก็จะเดินทางไป ขณะที่ไทยก็เสนอให้มีการจัดประชุม โดยให้รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา มาบรรยายสรุปให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนรับฟังว่า พัฒนาการในเมียนมาไปถึงไหน เราจะได้ตัดสินใจว่า สถานะปัจจุบันที่ไม่ให้เมียนมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียนในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้นำจะมีความยืดหยุ่นได้บ้างหรือไม่ โดยไทยเสนอที่จะจัดการประชุมในไทย ขณะนี้อินโดนีเซียและมาเลเซียก็เสนอที่จะจัดการประชุมบ้าง ซึ่งก็เป็นการขับเคลื่อน ขณะเดียวกันตนก็ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย เล่าให้ฟังถึงแนวทางของไทย ซึ่งเขาก็สนับสนุน เพราะอินเดียก็เป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมา และล่าสุดอินเดียก็ได้เชิญประธานาธิบดีเมียนมาไปเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเขาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่ได้เล่าให้เขาฟัง ซึ่งเข้าใจว่าฝรั่งเศสก็อยู่ในกระบวนการทบทวนของเขา ก็ถือเป็นประโยชน์ เพราะเรื่องเมียนมาเป็นเรื่องที่เราต้องมาดูว่าจะร่วมมือกันอย่างไร เนื่องจากเป็นเรื่องของสันติภาพ เรื่องความมั่นคง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้เล่นในเวทีภูมิภาค และในเวทีระหว่างประเทศ คิดว่า ในช่วงที่ผ่านมาบทบาทของไทยในเวทีเหล่านี้ได้หายไป เราก็ค่อย ๆ นำประเทศไทยกลับมาสู่เวทีระหว่างประเทศ




