
พันเอก ดร.นที อดีต กสทช. ชี้ เจตนา TH-AI Passport ดี แต่ทำไมการ “แจกฟรี” อาจสูญเปล่า? และทำไมรัฐควรให้ประชาชนร่วมจ่าย เพื่อแลกกับ “ปัญญา” ของชาติ?
พันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ อดีตรองประธาน กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดแสดงความเห็นถึง โครงการ TH-AI Passport ว่า ทำไมการ “แจกฟรี” อาจสูญเปล่า? และทำไมรัฐควรให้ประชาชนร่วมจ่าย เพื่อแลกกับ “ปัญญา” ของชาติ?
เจตนาของโครงการ TH-AI Passport เป็นเรื่องที่ดีและทันสมัยมาก การเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและรับมือกับสังคมผู้สูงวัยได้
แต่น่าเสียดาย ที่โครงการระดับชาตินี้กำลังเสี่ยงติดกับดักเรื่อง “ความโปร่งใส” จนอาจกลายเป็นโครงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ทำไมนโยบายดีๆ ถึงมักไปไม่ถึงฝั่งฝัน? นั่นเพราะเรายังติดหล่ม “ระบบโบรกเกอร์” และ “ระบบจัดซื้อจัดจ้าง” การมอง AI เป็นเหมือน “ผ้าห่ม” หรือ “ปุ๋ย” ที่นำมาแจกแบบประชานิยม ใช้แล้วสิ้นสูญไป อาจไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะทักษะ AI ต้องใช้เวลาและความพยายามในการเรียนรู้
เสนอ รัฐเป็นผู้จัดสรรตลาดเอไอ
“นที” ระบุด้วยว่า ในฐานะอดีต กสทช. ที่เคยทำงานด้านนโยบายสาธารณะ เสนอทางออกเป็น “กลไกตลาดสร้างแรงจูงใจ” เลิกคิดสร้างระบบเอง แต่เน้น “ต่อยอด” เปลี่ยนรัฐจาก “ผู้ซื้อแจก” เป็น “ผู้จัดสรรตลาด” ด้วยโมเดลร่วมจ่าย 80:20 ช่วงแรก (ฟรี) รัฐใช้จำนวนผู้ใช้เป็นอำนาจต่อรอง ให้ผู้ให้บริการขยายเวลาทดลองใช้เวอร์ชัน Pro เช่น จาก 3 เป็น 6 เดือน และจัดคอร์สอบรม
ช่วงหลัง (ร่วมจ่าย) รัฐสนับสนุนแบบร่วมจ่ายอีก 6 เดือน โดยต่อรองค่าบริการเหลือ 100 บาท/เดือน รัฐช่วยจ่าย 80 บาท/เดือน และให้ผู้จ่าย 20 บาท/เดือน
ผลการศึกษาพบว่า การแจกซอฟต์แวร์ฟรีมักได้แต่ “ยอดลงทะเบียนลวง” แต่ไม่มีการใช้งานจริง เงิน 20 บาท ไม่ได้สูงเกินไปสำหรับกลุ่มเปราะบาง แต่มันคือ “ตัวคัดกรองความตั้งใจ” เมื่อเงินหลุดจากกระเป๋า สมองจะสั่งให้เราเรียนรู้ให้คุ้มค่า ใครยอมควัก 20 บาท นั่นแหละคือ “ผู้ใช้งานตัวจริง”
นี่คือกลไก “Transparency by Design” ที่โกงยากตั้งแต่ต้น เพราะเงินภาษีจะไหลออกก็ต่อเมื่อประชาชนยอมกดใช้งานจริงเท่านั้น
และต้องมี เงื่อนไข คุม Big Tech ไม่ให้ผูกขาด ได้แก่ เก็บข้อมูลใน Data Center ในไทย หรือร่วมกับ Local Cloud ของไทย ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ต้องตั้งนิติบุคคลในไทยเพื่อรับผิดชอบทางกฎหมายและการเสียภาษี ร่วมพัฒนาหรือสนับสนุนโมเดลภาษาไทยให้ได้มาตรฐาน ยอมรับกติกาตรึงราคาพิเศษ 100 บาท/เดือน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน
เป้าหมายสูงสุด ของนโยบายนี้ ไม่ใช่แค่ดึงคนที่ใช้ AI คล่องอยู่แล้วมารับสวัสดิการ แต่คือการสร้างผู้เชี่ยวชาญหน้าใหม่ เพื่อรวมกลุ่มกันสร้าง AI เฉพาะทางที่ต่างชาติไม่เข้าใจ เช่น Agri-Tech AI, Medical AI, หรือ Gov-Tech AI เมื่อถึงเวลานั้น รัฐจะต้องทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูล (Open Data) ให้สตาร์ทอัพไทยนำไปต่อยอด
และที่สำคัญที่สุดรัฐต้องกล้าเป็น “ผู้ซื้อรายแรก” เพื่อนำแอปพลิเคชัน AI ฝีมือคนไทยไปใช้งานจริงในหน่วยงานรัฐ แนวทางนี้สอดคล้องกับโมเดลที่สำเร็จมาแล้วในต่างประเทศ หากเราออกแบบนโยบายนี้อย่างถี่ถ้วน TH AI Passport จะเกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต





