นายกฯ ตั้ง สีหศักดิ์ หัวหน้าทีม เจรจาเขมร ใต้กฎ UNCLOS

นายกฯตั้งสีหศักดิ์ หน.ทีมเจรจาเขมร ใต้กฎ UNCLOS กต.แจงทูตไม่เห็นด้วยกัมพูชาข้ามขั้นประนอมสมัครใจสู่ภาคบังคับ จ้องคุยพัฒนาร่วมน่านน้ำ สื่อเขมรเปิด2กูรูกฎหมายโลก

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยภายหลังการพูดคุยกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ได้พูดคุยเรื่องอนุสัญญากฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) ว่าจะเข้าสู่กระบวนการอย่างไร การตั้งทีมตัวแทนเข้าไปพูดคุยเมื่อเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS โดยมีความเป็นได้ว่าหัวหน้าคณะจะเป็นนายสีหศักดิ์ เพราะเป็นระดับที่ต้องดูแลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยแต่ละประเทศจะตั้งตัวแทน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเพื่อให้มีความเป็นกลาง ทั้งนี้ไทยต้องไม่มีการเสียประโยชน์อะไรที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะอธิปไตย การรักษาสิทธิ และประโยชน์ของเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เพราะที่ผ่านมากัมพูชามักช่วงชิงความได้เปรียบบนเวทีโลกก่อนไทยเสมอ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องกังวล มัวแต่วิ่งตามคนโน้นคนนี้ไม่ได้ เพราะเรามั่นใจในความสามารถในการปกป้องอธิปไตย การรักษาดินแดนของเราไว้ แค่นี้ไม่ต้องไปหวั่นไหว พตามหลักแล้วคนที่ต้องวิ่งหาความชอบธรรม แสดงว่าไม่มีความชอบธรรมอยู่ จึงต้องไปแสวงหา แต่เรามั่นใจในความชอบธรรมของเรา เราก็ไม่ต้องไปวิ่งหาความชอบธรรมที่ไหน เพราะเราอธิบายทุกคนได้ อธิบายทุกฝ่ายได้แม้ในประเทศของเรา

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ แถลงข่าวภายหลังบรรยายสรุปให้คณะทูต 67 คน และองค์การระหว่างประเทศ 4 คน กรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้UNCLOS และผลการเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรี OECD ระดับรัฐมนตรี ประจำปี 2026 ว่า ได้พูดคุยกับตัวแทนสถานทูตต่างๆ ถึงการที่ฝ่ายกัมพูชายื่นเรื่องใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ซึ่งสิ่งที่ยังสงสัยอย่างแรก คือ กัมพูชาไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ และเหตุผลที่กัมพูชาอ้างเพื่อเข้าสู่กระบวนการนั้น คือการที่ประเทศไทยได้ยกเลิก MOU44 เพราะฉะนั้นจึงไม่มีช่องทางในการเจรจาแบบทวิภาคีสำหรับทั้งสองประเทศ ทำให้มีความจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS ในการพูดคุยชี้แจงกับฝ่ายกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นระหว่างกับรองรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา หรือการพูดคุยระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าที่ยกเลิก MOU 2544 เพราะในเวลา20 กว่าปีที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

และการจะเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS เพราะกัมพูชา เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UNCLOS แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายน่าจะพูดคุยถึงเขตแดนทางทะเลไหล่ทวีปแบบทวิภาคีกันก่อน หากพูดคุยกันแล้วไม่มีความคืบหน้า ก็ต้องรู้ว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรในการพูดคุยก่อนจะมีการพูดคุยกันประนอมภาคบังคับ ก็มีการประนีประนอมอย่างสมัครใจที่สองฝ่ายได้พูดคุยกันว่ากติกาการประนีประนอมเป็นอย่างไร แต่กัมพูชาเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับเลย โดยอ้างว่าไม่มีประตู หรือลู่ทางในการเจรจา ทั้งๆที่ได้ชี้แจงว่าการยกเลิก MOU 2544 นั้นเป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะนำเข้าสู่การเจรจาทวิภาคีบริบทใหม่ เรื่องนี้ คือ สิ่งเราไม่เห็นด้วย

Advertisement

การที่ฝ่ายกัมพูชาเสนอขอบเขตการประนอมภาคบังคับ คือ การกำหนดเขตแดนทางทะเลหลายทวีปตลอดแนว แต่ขณะเดียวกันกัมพูชาก็เสนออีก 1 ประเด็น ว่าหากยังไม่สามารถพูดคุยกันในเรื่องของเขตแดนทางทะเลได้ ก็เสนอให้มีมาตรการชั่วคราวในการทำการพัฒนาร่วมกันการแบ่งปันทรัพยากรน่านน้ำร่วมกัน ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล ซึ่งฝ่ายไทยเห็นว่าการนำไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นการจำกัดเฉพาะเรื่องของเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีปให้ชัดเจน และหากทำได้อย่างดีที่สุดก็คงจะไม่มีเขตทับซ้อน และพูดคุยถึงการพัฒนาร่วมนั้นไม่ได้อยู่ในกรอบการจัดการของกระบวนการประนอมภาคบังคับ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันก่อนระหว่างไทยและกัมพูชา นี่เป็นประเด็นที่ 2 ที่เราไม่เห็นด้วย

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เรากังวลใจและไม่สบายใจ คือ ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ ที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ มีการพูดถึงเรื่องเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเน้นกระบวนการพูดคุยระหว่างกันในทุกเรื่อง ที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นเขตแดนทางทะเล เขตแดนทั้งบก หรือเรื่องเกี่ยวกับชายแดน เพราะฉะนั้นทางเลือกของกัมพูชาในเรื่องเขตอย่างทางทะเลที่เสนอเรื่องไปสู่การประนอมภาคบังคับนั้น ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุยกันในการสร้างไว้ความไว้ใจเราฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ลำบากที่จะทำให้เกิดความคืบหน้าในประเด็นที่เกี่ยวกับเขตแดนทางบกและเรื่องเขตแดนของทั้งสองประเทศ เพราะเจตนาจะต้องไปทาง 2 ดังนั้น เรื่องต่างๆที่เราอยากจะคุยกับกัมพูชา ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจการแก้ไขปัญหาชายแดนก็คงจะต้องนำกลับไปทบทวนพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการะมีการเสนอผู้ประนีประนอมใน 21 วัน เพราะหากไม่เสนอทางกัมพูชาก็จะเป็นผู้ตั้งให้ ซึ่งขณะนี้เราก็มีชื่ออยู่แล้วทั้ง 2 คน เก่งทั้งวิชาการและมีประสบการณ์ในการว่าความด้วยโดยจะให้เป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทั้งคู่ได้ตอบรับแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากต้องรอผ่านขั้นตอนคณะรัฐมนตรีก่อน

สื่อกัมพูชารายงานอ้างนายจัน รัตนา โฆษกกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา แถลงว่า กัมพูชาได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง 2 คน ให้ทำหน้าที่ในคณะกรรมการประนอมภาคบังคับUNCLOS โดยกัมพูชายังให้เวลาฝ่ายไทย 21 วัน เสนอชื่อผู้แทนของตนเองเข้าร่วมในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ถ้าไทยไม่สามารถแต่งตั้ สหประชาชาติจะเป็นผู้แต่งตั้งให้แทน ทั้งนี้ 2 ผู้เชี่ยวชาญที่กัมพูชาเลือกให้ทำหน้าที่ได้แก่ นายปีเตอร์ ทักโซ-เจนเซแนนด์ นักการทูตและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศชาวเดนมาร์ก เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการประนอม UNCLOS ซึ่งมีส่วนช่วยแก้ไขข้อพิพาททางทะเลระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ระหว่างปี 2016-2018 และ ศาสตราจารย์ฌอง-มาร์ค ธูเวอแนง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชาวฝรั่งเศส เคยทำหน้าที่ในหลายคดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ICJ) หรือศาลโลก