
ข่าว “แสวง บุญมี” ส่อหลุดเก้าอี้ “เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง” (กกต.) เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจาก กกต.ในยุค ที่มี “อิทธิพร บุญประคอง” เป็นประธาน โดยประธานอิทธิพร ได้พ้นจากตำแหน่งไปเมื่อ 9 ธันวาคม 2568 หลังจากราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประธาน กกต.คนใหม่ คือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์
10 ธันวาคม 2568 แสวง โพสต์รูปบนเฟซบุ๊กของตนเอง เป็นภาพกอดอำลา “อิทธิพร”
7 เดือนผ่านมา ปรากฏข่าว “เลขาแสวง” ไม่ผ่านการประเมิน เพราะ ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานในปี68 ให้ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60
รอเพียงความเห็นของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.ที่จะกลายเป็นเสียงชี้ขาด โดยเป็นผู้ส่งความเห็นคนสุดท้าย
ขณะนี้สำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลผลคะแนนแล้ว ก็กำลังรวบรวมศึกษาประเด็นข้อกฎหมายว่ากกต.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจะสามารถประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการกกต.ได้หรือไม่ และแนวปฏิบัติของกกต.ชุดปัจจุบันจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ไม่ว่าจะมีมติเห็นไปในทางใด เพื่อเสนอให้ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณา
ทั้งนี้ตามสัญญาจ้างเกณฑ์การประเมินจะแบ่งเป็น 2 ส่วน
คือส่วนที่หนึ่ง ประเมินตามแบบที่สถาบันการศึกษาออกแบบเป็นการประเมินการปฏิบัติงาน 4 ด้าน คือ1. งานแผนงานโครงการ 2. ด้านงานท้าท้าย 3 ด้านงานตามมติ กกต และ 4 ด้านธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นการประเมิน 360 องศาจากความเห็นพนักงานทั่วประเทศด้านละ 100 คะแนน
ก่อนจะนำส่งเป็นข้อมูลประกอบการประเมินให้ กกต ประเมินต่อไป โดยส่วนนี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินของ กกต เท่านั้นไม่มีผลต่อการนำมาคำนวณการประเมินแต่อย่างใด
ส่วนที่สองเป็นการประเมินโดย กกต.แต่ละคน โดย กกต แต่ละคนจะมีคะแนนคนละ 100 คะแนน โดยหลักการกกต.แต่ละคนก็จะนำข้อมูลในส่วนที่ 1มาประกอบหรือไม่นำมาประกอบการพิจารณาก็ได้
“ผลคะแนนการประเมินเลขา กกต ปี 2568ในส่วนที่หนึ่งคือในส่วนของพนักงานทั่วประเทศ ผลคะแนนการประเมินตามแบบประเมิน ทั้ง 4 ด้าน ได้คะแนนประเมินเกินกว่าร้อยละ 80 ทั้ง 4 ด้าน มีการนำส่งให้ กกต เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเมื่อเดือน พ.ค.69”
ส่วนที่สองคือกกต. ที่ให้กกต.แต่ละคนส่งผลประเมินเมื่อต้นเดือนมิถุนายน.69 มีอดีต กกต.บางส่วน ยังไม่ส่งแบบประเมิน อาจเพราะเห็นว่าไม่ได้เป็น กกต แล้ว ยังมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินหรือไม่ เพราะในการประเมินในปีที่ผ่านๆ มาก็ไม่เคยส่งให้ อดีต กกต. ประเมิน นายปกรณ์ มหรรณพ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อดีต กกต. จึงได้มีหนังสือสอบถามมายังสำนักงานฯ ก่อนว่าท่านมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินหรือไม่ เพราะบางท่านพ้นจากตำแหน่ง กกต มามากกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูว่าคะแนนในส่วนนี้ที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ที่กกต. ชุดปัจจุบันจะเห็นอย่างไร
ความจริงแล้ว “แสวง” จะครบสัญญาจ้าง เพราะดำรงวาระครบ 5 ปี ในวันที่ 31 มีนาคม 2570 แต่เกมการปลดแสวง มีข่าวหนาหูในสำนักงาน กกต. มาตั้งแต่ช่วงตุลาคม 2568 ว่า มีการประเมินการทำหน้าที่ของ “แสวง บุญมี”
แต่ช่วงนั้น เป็นช่วงที่ กกต.อยู่ในทาง 2 แพร่ง
หนึ่ง กกต.กำลังฝุ่นตลบเรื่องคดีฮั้ว สว. ที่กลุ่มการเมืองสีน้ำเงินกำลังถูกไล่ต้อน
สอง อิทธิพล บุญประคอง ต้องพ้นวาระ หลังจากที่ประชุม สว. ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยสีน้ำเงิน เห็นชอบ ณรงค์ รักร้อย เข้ามาเป็น กกต.แทน อิทธิพร เพราะขั้วสีน้ำเงินต้องการเปลี่ยนตัวประธาน เพราะช่วงก่อนก็ไม่ได้ช่วยปกป้องขุมกำลังสีน้ำเงิน จากคดีฮั้ว สว.เท่าที่ควร
การรับรอง กกต.ใหม่ เพื่อแทนอิทธิพร กับเกมฮั้ว สว. ในยามที่กลุ่มการเมือสีน้ำเงินถูกเช็คบิลในชั้นคณะอนุกรรมการ เป็นประเด็นที่ถูกนำมาผสมโรงกับการที่ บอร์ด 7 เสือ ยุคอิทธิพร ตั้งลูก ประเมิน “แสวง” ที่ถูกประทับตราว่าเป็น “คนบุรีรัมย์”
สุดท้ายแล้ว คนที่ถูกเปลี่ยนคือ “อิทธิพร” ไม่ใช่ “แสวง” ด้วยการที่ สว.สีน้ำเงินรับรอง กกต.คนใหม่
“ณรงค์ รักร้อย” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ สว.รับรอง ให้เข้ามาแทน “อิทธิพร” จึงถูกมองว่าจะเข้ามาเป็นประธาน กกต.ทันที เพียงแต่ในบรรทัดสุดท้าย ที่ประชุม กกต.มีการเลือก “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” กกต. จากสายศาล ที่มีภาพลักษณ์ความเป็นกลาง แต่ก็มีแรงหนุนจากสีน้ำเงิน เบียดชนะ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ“ กกต. ที่มีแรงหนุนจากฝ่ายสีแดง
เกมเลื่อย “แสวง” จึงยืดเยื้อยาวนาน ลากยาวข้ามปี แต่คนใน กกต.ยังประเมินว่า “แสวง” น่าจะได้อยู่ในเก้าอี้ต่อไป ช่วงที่คดีฮั้ว สว.ใกล้ยุติเต็มทน และปัจจัยสำคัญคือ แสวง จะหมดวาระ 31 มีนาคม 2570
ตัดภาพมาในปัจจุบัน “แสวง” ได้โพสต์ใน LINE ผู้บริหารสำนักงานฯกกต.เป็นภาพเอกสารสรุปผลคะแนนการประเมินการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการกกต.ประจำปีงบประมาณ 25667 และปี 2568 ซึ่งเป็นผลการประเมินในส่วนของพนักงานกกต.ทั่วประเทศพบว่าในปีงบประมาณ 2566
1. ด้านแผนงาน คะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 24.48 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.60
2. งานตามมติ กกต. คะแนนเต็ม 30 คะแนน ได้ 25.52 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.06
3. งานธรรมาภิบาลการบริหาร คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 16.42 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.10
4. งานท้าทาย คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 17.43 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.53
รวม 100 คะแนน ได้ 83.92 คะแนน
ขณะที่ในปีงบประมาณ 2567และ2,568 เป็นที่น่าสังเกตว่าในส่วนของงานการดำเนินงานตามมติกกต.ที่มีคะแนนเต็ม 30 คะแนนนั้น 2 ปีถูกขีดด้วยปากกาสีเหลืองช่องคะแนนการแทนการเขียนจำนวนคะแนน จึงทำให้ปีงบประมาณ 2567 ด้านแผนงาน คะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 25.58 คะแนน คิดเป็นร้อยละ85.27 ด้านธรรมาภิบาลการบริหาร คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 16.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ84.65 ด้านงานท้าทายคะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 18.63 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 93.15 รวม 100 คะแนนได้ 61.14คะแนน
และปีงบประมาณ 2568 ที่ถูกระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินนั้น 1. การดำเนินงานตามแผนงานคะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 25.06 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.55 การบริหารตามธรรมาภิบาลเต็ม 20 คะแนน ได้ 16.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.46 ด้านงานท้าทาย คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 18.43 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 92.13 รวม 100 คะแนน ได้คะแนน 60.18 คะแนน
ใน กกต.ประกอบด้วย หลายขั้ว หลายสีเฉด หลายเฉด
อย่างที่เห็นว่า อดีตรองเลขา กกต.หลาย คน พอพ้นตำแหน่งหน้าที่ใน กกต. แล้วก็ไปสวมเสื้อคลุมเป็นทีมกฎหมายให้นักการเมือง
ไม่ว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ว่า พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรครวมไทยสร้างชาติในอดีต ก็ใช้บริการของคน กกต.
แม้เกมเลื่อยขาแสวง ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน แสวง อาจจะยัง บุญมี ต่อไปจนครบวาระ ปี 70





