“เจนซีขี้เกียจไม่อดทน vs. อีแก่บ้าน้ำลายหลุดมาจากยุคไดโนเสาร์” ถ้าโลกแห่งการทำงานมีแต่การแบ่งแยกแบบนี้ มันจะไปรอดไหม?

เป็นเรื่องจริงที่ ‘คนต่างวัย’ คือคนที่เกิดมาคนละยุคสมัย โตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น นิสัยจะต่างกัน คงไม่แปลก แต่ถามว่ามันใช่เหตุผลที่ทำให้มนุษย์เราต้องมานั่งจ้องจับผิดน้องๆ เด็กใหม่ หรือมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าในทีมไหม? ก็คงไม่อยู่ดี
นี่คือ ‘อีโก้’ ของคนทำงานยุคปัจจุบันที่ทำให้เชื่อว่าความเห็นหรือแนวทางของตนเอง ‘ถูก’ กว่าคนอื่น จนเกิดเป็นกำแพงที่สร้างจากความยึดมั่นมาคอยปิดกั้นระหว่างกัน
ภายในงาน People Performance Conference 2026 ‘ประสาน อิงคนันท์’ ผู้ก่อตั้งเพจ มนุษย์ต่างวัย กล่าวว่า เวลาเกิดความขัดแย้ง มนุษย์มักจะมองเห็นแต่ส่วนที่ทำให้เราต่างกัน จนลืมมองว่า เราก็มีส่วนที่เหมือนกัน จึงเกิดเป็นกำแพงแห่งอคติมาคอยตัดสินคนต่างวัย
ทุกวัยมีข้อดีข้อเสีย แต่ไม่มีใครดีไปกว่ากัน

บ่อยครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพนักงานต่างวัยคือ แต่ละฝ่ายไม่เข้าใจกันว่า ทำไมอีกฝั่งถึงมีวิธีคิดแบบนั้น เช่น คนรุ่นใหม่อาจสงสัยว่าทำไมพี่ๆ ถึงยังยึดติดกับวิธีแบบเดิมๆ ขณะที่พนักงานวัยเก๋า ก็ตั้งคำถามว่าทำไมน้องๆ ถึงไม่ทำตามทางที่ตนเองปูไว้
ประสานชี้ว่า ให้ลองเปรียบเทียบพนักงานเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าดู พนักงานรุ่นพี่คือเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่าที่มีความอึดถึกทน แต่ซอฟต์แวร์ไม่เร็วเท่ารุ่นใหม่ๆ
กลับกัน พนักงานรุ่นน้องที่เปรียบเสมือนเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ซอฟต์แวร์อาจดีมาก ทันสมัย รวดเร็วทันใจ แต่ก็ไม่ถึกไม่ทนเท่าเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นก่อนเช่นกัน
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ต่างก็มีข้อดีข้อเสียเป็นของตนเอง ไม่สามารถบอกได้ว่าใครดีไปกว่ากัน เช่นเดียวกันกับพนักงานทุกคนที่มีจุดแข็งเป็นของตนเอง เพียงแค่ต้องรู้จักทำงานร่วมกันเท่านั้น
ประสานในฐานะคนที่ทำงานใน Production House ยกตัวอย่างว่า บางที พนักงานรุ่นน้องก็ทำสไลด์ออกมาได้สวยมากเลย แต่พนักงานรุ่นพี่กลับมองว่าไม่ตรงคอนเซ็ปต์หรือไม่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต้องไปนำเสนองานให้ลูกค้าฟังด้วยกัน จึงเกิดเป็นการผนึกกำลังผ่านการใช้จุดแข็งของทั้งคู่ ซึ่งคือสไลด์สุดสร้างสรรค์ของน้อง กับประสบการณ์และความสามารถในการอ่านใจลูกค้าของพี่ ทำให้สุดท้าย การนำเสนองานจึงสำเร็จลุล่วง
โตมาคนละยุคสมัย จะใช้วิธีเดียวกันไม่ได้

อีกหนึ่งปัญหาที่ประสานเล็งเห็นคือ เราไม่สามารถสอนรุ่นน้องในแบบเดียวกันกับที่คนยุคก่อนโตมาได้ ไม่ใช่เพราะคนรุ่นใหม่ไม่อดทน แต่เป็นเพราะเราต่างโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน
ประสานเองถือเป็นคนที่มีประสบการณ์การทำงานมานานหลายปี โดยเผยว่า สมัยก่อน คนรุ่นตนเอง ต่อให้ต้องวิ่งสู้ฟัดขนาดไหน หรือได้รับคำชมเพียงนิดเดียว นั่นก็เพียงพอแล้ว
กลับกัน คนรุ่นใหม่ต้องการคำชื่นชมระหว่างทางบ่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยุคนี้การแข่งขันสูงกว่าหลายปีก่อนมาก ทำให้เด็กหลายคนขาดความมั่นใจ
นอกจากนี้ แม้รุ่นพี่จะตั้งใจสื่อสารกับรุ่นน้องด้วยความปรารถนาดี แต่ก็อาจถูกแปลความหมายเป็นความไม่เชื่อใจได้ เพราะการเข้าไปพูดย้ำๆ หรือสอนบ่อยๆ สะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจในตัวอีกฝ่ายเลย
“เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือต้นไม้ที่มันโตคนละยุคสมัย วิธีการดูแลและการบำรุงรักษา มันจะไม่ค่อยเหมือนกัน” ประสานกล่าว
ต่างกันแค่ไหน แต่เราก็มีจุดหมายร่วมกันบนพื้นฐานของการให้เกียรติ

ขณะเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเจนไหน ยังไงๆ ทุกคนต่างมีเป้าหมายร่วมกันคือการทำงานออกมาให้สำเร็จ
ประสานมองว่า แม้ระหว่างทาง อาจตีกันมากมาย แต่เมื่องานสำเร็จ งานชิ้นนั้นที่มาจากความตั้งใจของทุกฝ่ายจะกลายเป็น ‘ความภูมิใจ’ ที่ทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้นได้
ขณะเดียวกัน ‘แพร-กนกกาญจน์ รินนะจิตต์’ กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่ง Yell Bangkok ได้เปรียบเทียบคนต่างวัยว่า ก็ไม่ต่างจากพนักงานแต่ละแผนกที่มีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกัน
ในฐานะคนทำงานเอเจนซี ‘แพร’ ยกตัวอย่างว่า ฝ่ายครีเอทีฟ ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายกลยุทธ์ขององค์กรตนเองก็เป็นคนละประเภทกัน โดย
- ฝ่ายครีเอทีฟ = งานดีถูกเสมอ
- ฝ่ายบริการลูกค้า = ลูกค้าถูกเสมอ
- ฝ่ายกลยุทธ์ = ความเป็นเหตุเป็นผลถูกเสมอ
แต่เมื่อทั้งสามฝ่ายหันมาทำความเข้าใจร่วมกัน โดยไม่เอาอีโก้มาตัดสิน สุดท้าย ก็จะได้ผลงานที่ทุกคนพอใจและออกมาดี
สำหรับแพรแล้ว กฎในการทำงานร่วมกันนั้นมีอยู่แค่ 3 ข้อคือ 1) ทีมเวิร์ก ทุกตำแหน่งสำคัญหมด 2) ให้เกียรติกัน ไม่สร้างอคติทางอายุ และ 3) ตอนทำงาน ให้ปวดหัวแค่เรื่องงานอย่างเดียว
“ถ้าอันนี้พี่เขาบอกว่า มันต้องแบบนี้ เราอาจจะไม่เห็นด้วยนะ เราโน้มน้าวได้นะ แบ่งปันไอเดียได้นะ แต่เราต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ส่วนพี่ ก็ต้องไม่ใส่เลนส์แคบๆ ในการบอกว่า เฮ้ย ฉันเคยทำมาแบบนี้ 17 ปี เธอจะมาเปลี่ยนปีที่ 18 มันจะขัดใจ ไม่ได้ เราต้องเปิดกว้าง เพราะน้องกำลัง explore อยู่” แพรกล่าว
สุดท้าย หากเรามัวแต่ตั้งแง่ว่า เจนนี้เป็นอย่างนู้น เจนนู้นเป็นอย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะได้ลองทำความเข้าใจกันจริงๆ เสียที?
ไม่ว่าคุณจะเกิดในยุคสมัยไหน แต่หากไม่รู้จักปรับตัวเข้ากับการทำงานที่เปลี่ยนไป และความหลากหลายในองค์กร สุดท้าย คนที่อยู่ไม่รอด อาจเป็นคุณเอง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




