
คอลัมน์ : Politics policy people forumทั้ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ลงสมัครป้องกันแชมป์ในนามอิสระ ทั้ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาชน
2 คู่ชิงแคนดิเดตพ่อเมืองกรุงเทพฯ กำลังเจอ “กับดัก” สำคัญ เพราะมีปัจจัยจากบุคคลเบื้องหลัง ฟันเฟืองสำคัญ ของทั้ง ชัชชาติ – ชัยวัฒน์ กำลังตกเป็นเป้ากร่อนคะแนนนิยมทางการเมือง
“ชัชชาติ” ต้องเจอกับดักวาทกรรม “ระบอบอากง” ที่มีตัวละครสำคัญที่ถูกนำมาเชื่อมโยงคือ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กุนซือ – มือขวาของ “ชัชชาติ” ในฐานะรุ่นพี่วิศวะ จุฬาฯ
ส่วน “ชัยวัฒน์” เจอ “กับดักอดีต” ของ “สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถูกวางตัวเป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคสีส้ม
ชัชชาติ สะดุดปมโยกย้าย
ปมร้อน “ระบอบอากง” ถูกจุดกระแสขึ้นมาเมื่อ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ขุนพล กทม.พรรคเพื่อไทย จุดประเด็นเรื่อง “เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย” แฉการโยกย้ายตำแหน่งใน กทม. พร้อมกับเตรียมยื่นไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ สำทับด้วย “คริส โปตระนันทน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ หนึ่งในพรรคที่ส่งตัวแทนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาเชื่อมโยง “ระบอบอากง” ผูกโยงเข้ากับการซื้อขายตำแหน่ง และความโปร่งใสในการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต
“ชัชชาติ” จึงต้องออกมาปฏิเสธ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า “ระบบ-ระบอบอากง”
“ผมเป็นหัวหน้าทีมและเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจทั้งหมด การบริหารงานเป็นไปตามระบบงานปกติ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ระบบอากง” หากมีข้อมูลหรือข้อร้องเรียนใดก็สามารถนำมาเปิดเผยและตรวจสอบได้”
“เรื่องโยกย้าย ตรงไหนที่มีปัญหาก็แจ้งเข้ามา ยืนยันว่าไม่เคยมี เป็นสิ่งแรกที่พูดเลยว่าการโยกย้ายต้องอาศัยหลักความสามารถเป็นหลัก เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ไปรับเงินเรื่องโยกย้ายเราต้องไปเป็นทาสคนนั้นตลอดชีวิต”
“เราเป็นผู้ว่าฯ ไปรับเงินจากพวกนี้ได้อย่างไร เราเลือกคนที่ผลงาน”
แต่ “ชัชชาติ” ชี้ว่า คนที่ถูกแปะป้ายว่าเป็น “อากง” คือ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล”
คนต้นเรื่อง “ต่อศักดิ์” ที่ถูกโยงว่าเป็นระบอบอากงในตอนนี้ เปรียบได้กับ “กุนซือ” คนสำคัญของ “ชัชชาติ” ในช่วง 4 ปีที่บริหาร กทม. ในฐานะ “หัวหน้าทีมทำงาน” คอยปัด-กวาด งานเบื้องหลัง ทุกคำขอทางการเมือง-งบประมาณ
มาถึงการเลือกตั้งสนาม กทม. “ต่อศักดิ์” ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่ม ผู้สมัคร สก. “ทีมคนทำงาน” โดยเฉพาะการดึง สก.จากพรรคเพื่อไทยหลายคน ให้มาเป็นแบ็กอัพผู้ว่าฯ ที่เคยได้รับสมญาว่า “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”
สุรพล ตำบลกระสุนตก ดร.โจ
ขณะที่ ดร.โจ ชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน กำลังประสบภัยจากการที่พรรคประกาศตั้ง “สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯกทม.
ในคำอธิบายของพรรคประชาชน โดย “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาธิการพรรคประชาชน ระบุว่า การเชิญ ศ.สุรพลมาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของทีมผู้ว่าฯ ประชาชน เกิดจากพรรคเล็งเห็นว่า ศ.สุรพลนอกจากจะเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครู มีส่วนให้คำปรึกษากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดระเบียบบริหารราชการ กทม. ศ.สุรพลยังเป็นผู้มีประสบการณ์ในส่วนราชการ กทม. เคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (ประธานบอร์ด) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
ดังนั้น หากชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 ได้รับโอกาสให้เข้าไปบริหารกรุงเทพฯ ก็จะได้มีผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดกับงานบริหารกลไกราชการ กทม. คอยให้คำปรึกษา เพื่อการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลช่องโหว่ข้อผิดพลาดของการบริหารในอดีต เพื่อจะนำมาพัฒนาต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่
ทว่าพรรคประชาชน – ดร.โจ กำลังตกที่นั่งลำบาก เมื่อ “สุรพล” ถูกขุด “คลิปอดีต” โดยเฉพาะช่วงก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ได้เคยทำจดหมายเปิดผนึก ในฐานะอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ลงวันที่ 3 มีนาคม 2549 เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี (ทักษิณ) ขอพึ่งพระบารมีพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลขอยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการ และขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ที่มีความเป็นกลางทางการเมือง ให้เป็นผู้รักษาการนายกฯ บริหารราชการแผ่นดินชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ พร้อมเรียกร้องพรรคฝ่ายค้านส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
และถูกวิจารณ์ว่า “สุรพล” ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังการรัฐประหาร 19 กันยาฯ 49
“พิจารณ์” ชี้แจงว่า การที่อาจารย์ตัดสินใจรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาให้กับทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนในวันนี้ จึงไม่ใช่การรับดอกไม้ ไม่ใช่รับตำแหน่ง ไม่ใช่รับคำสรรเสริญ แต่คือ “การตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ” ว่าอาจารย์ได้เปลี่ยนความเชื่อเดิม ขอเลือกทางเดินที่ถูกต้องด้วยการมาสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายก้าวหน้าและฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคประชาชน
“สุรพล” ก่อนถูกตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. เขาได้ถูกระบุในบัญชีพยานของพรรคก้าวไกล ให้เป็นพยานในด้านกฎหมาย ต่อสู้คดียุบพรรคก้าวไกล ปมล้มล้างการปกครอง โดย “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุเหตุผลที่ให้ “สุรพล” มาเป็น “พยานปากสำคัญ”
“อาจารย์สุรพลเป็นพยานในด้านกฎหมายของเรา คิดว่าจะมีน้ำหนักในฐานะนักวิชาการกฎหมายมหาชน และบทบาทหน้าที่ในแง่การเมืองช่วงที่ผ่านมา อาจารย์ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นอะไรที่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จึงคิดว่าเหมาะสม
“ผมเชื่อว่ามีไม่กี่คนในประเทศหรอกที่คิดว่าศาลจะฟัง”
“อีกทั้ง ศ.ดร.สุรพลยังมีสถานะเป็นที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. ซึ่งมีสถานะเป็นโจทก์ในคดีนี้”
จากพยานปากเอกของพรรคก้าวไกล วันนี้ “สุรพล” ถูกตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. พรรคสีส้ม
แต่ทั้งสุรพล ของ ดร.โจ และต่อศักดิ์ ของชัชชาติ กำลังกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” ทางการเมือง
ชัชชาติ และชัยวัฒน์ คู่ชิงแคนดิเดตกำลังติดกับดัก





