‘ปรเมศวร์’ขอแรงหนุนชาวพัทยา
สานต่อผลงานสู้ศึกเลือกตั้ง
ปั้นเมือง‘น่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน’
และแล้วสนามชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย เหลืออีกไม่ถึง 5 วัน จะถึงวันลงคะแนนร่วมกำหนดทิศทางเมืองพัทยา 28 มิถุนายนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้สมัครจะเร่งทำคะแนน ท่ามกลางการแข่งขันเข้มข้นขับเคี่ยวหาเสียงกันอย่างคึกคัก กลายเป็นสนามท้องถิ่นที่ถูกจับตามองมากที่สุด
สำหรับแชมป์เก่า “นายกเบียร์” นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา ที่ลงสมัครในนาม “กลุ่มเรารักพัทยา” ชูสานต่องานพัฒนาเมืองกับ 33 นโยบาย Better Pattaya 2.0 “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการเมืองด้วยเทคโนโลยี
นายปรเมศวร์ พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 ลงพื้นที่ชุมชนทั่วเมืองพัทยา พบปะผู้ประกอบการและพนักงานภาคธุรกิจโรงแรม ขอแรงหนุนสานต่อพัฒนาเมืองสู่ระดับโลก แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้บริหารและพนักงานภาคธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเกมโค้งสุดท้ายเดินเคาะทุกบ้าน แนะนำหมายเลขผู้สมัครและนโยบายสำคัญพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายปรเมศวร์กล่าวว่า การลงพื้นที่หาเสียงได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยเฉพาะประเด็นด้านไฟฟ้าส่องสว่าง ความปลอดภัย ระบบกล้องวงจรปิด การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการปรับปรุงผิวจราจร ซึ่งเป็นผลงานที่ประชาชนสามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันประชาชนยังสะท้อนปัญหาเรื่องระบบประปา โดยเฉพาะกรณีท่อประปาแตกและการหยุดจ่ายน้ำในบางพื้นที่ ซึ่งแม้จะไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงของเมืองพัทยา แต่ทีมงานพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา
สำหรับนโยบายสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มเรารักพัทยายังคงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องและการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยผลักดันให้พัทยาเป็น “Festival City” หรือเมืองแห่งเทศกาล เพื่อสร้างรายได้และดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ทั้งด้านกีฬา ความบันเทิง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย “Pattaya Care” สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยในการเดินทางเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้วยการขยายระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทั่วเมือง และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
นายปรเมศวร์กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองระดับชาตินำแกนนำพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่กลุ่มเรารักพัทยายังคงยืนยันแนวทางการทำงานแบบอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เพื่อให้สามารถประสานงานและดึงงบประมาณจากทุกภาคส่วนมาพัฒนาเมืองได้อย่างเต็มที่
สำหรับแนวทางการพัฒนาแต่ละเขตเลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่นั้น โดยเขต 1 มุ่งส่งเสริมย่านนาเกลือให้เป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองเก่า (Old Town) เชื่อมโยงเศรษฐกิจประมงพื้นบ้านและตลาดอาหารทะเล เขต 2 เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสาธารณูปโภค เขต 3 ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจัดเทศกาลริมชายหาด ส่วนเขต 4 มุ่งพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพและ Wellness City โดยมี “หาดจอมเทียนเป็นจุดขายสำคัญ”
สำหรับพื้นที่เกาะล้าน จะผลักดันการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งการแก้ไขปัญหาขยะ ระบบบำบัดน้ำเสีย การลดมลภาวะ และการปรับปรุงท่าเทียบเรือให้รองรับนักท่องเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น
นายปรเมศวร์ระบุว่า ผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ประชาชนสะท้อนถึงความพึงพอใจ โดยเฉพาะการปรับปรุงไฟส่องสว่างทั่วเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงถนนหลายสิบสาย แม้จะมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการขุดเจาะถนน แต่เป็นผลมาจากโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การนำสายไฟฟ้าลงดิน และการขยายระบบประปาให้รองรับการเติบโตของเมือง
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ทีมเรารักพัทยาจะเดินหน้าลงพื้นที่พบประชาชน ผู้ประกอบการโรงแรม โรงเรียน และภาคธุรกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าจะใช้ “ผลงาน” เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการบริหารงาน และขอโอกาสจากประชาชนให้กลับเข้ามาสานต่อการพัฒนาเมืองพัทยา เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและมีคุณภาพชีวิตในระดับสากลต่อไป
ขอความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อร่วมกันสานต่อการพัฒนาเมืองพัทยาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Better Pattaya ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” มุ่งสร้างเมืองแห่งโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน
ยืนยันที่จะเน้นผลงานที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ มากกว่าการกล่าวอ้างหรือคำสัญญา พร้อมเดินหน้าพัฒนาพัทยาให้เป็นเมือง “น่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน” ในอนาคต





