น้ำมันผันผวน หลังมะกันยกเว้นคว่ำบาตรอิหร่าน หุ้น-ทองลง

ราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวนหลังคณะเจรจาระดับสูงของสหรัฐและอิสราเอลประกาศบรรลุข้อตกลงระหว่างกัน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ราคาน้ำมันปิดตลาดลดลงมากกว่า 3% หลังความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันคลี่คลายลง เมื่อเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้มีการเดินเรือตามปกติ

อย่างไรก็ดีในช่วงเช้าวันอังคารที่ 23 มิถุนายน ราคาน้ำมันผันผวน หลังมีข่าวว่าสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน โดยส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 78.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 77.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.11% มาอยู่ที่ 73.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันอังคาร โดยดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.5% ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 0.6% หลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของญี่ปุ่นเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน โดยคำสั่งซื้อใหม่พุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในรอบกว่าสี่ปี

ด่สยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เคลื่อนไหวผันผวนสลับระหว่างแดนบวกและลบ ก่อนล่าสุดปรับตัวลดลง 2% ขณะที่ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.9% ทำสถิติสูงสุดใหม่

คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Pepperstone Group ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กล่าวว่า ตลาดเหล่านี้ไม่ได้ซบเซาเลย หุ้นที่เคยเป็นผู้นำตลาดดูเหมือนจะสูญเสียแรงส่ง และนักลงทุนกำลังโยกย้ายไปลงทุนในส่วนอื่นๆ ของตลาดที่มีความมั่นคงกว่า พึ่งพากระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) น้อยกว่า และมีกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้มากกว่า

Advertisement

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.4% ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 1.3% จากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายบริษัท รวมถึง Alphabet และ SpaceX ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 E-mini ของสหรัฐ ปรับลดลง 0.2% มีเพียงดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ที่เพิ่มขึ้น 0.29% ปิดที่ 1,712.71 จุด

ส่วนราคาทองคำลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 4,180.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในภาพรวม ตลาดการเงินโลกในขณะนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อนโยบายการเงินของสหรัฐมากกว่าประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะช่วยลดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันและความเสี่ยงในตะวันออกกลางลงได้บางส่วนก็ตาม แต่การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดหุ้น ค่าเงิน พันธบัตร และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะนี้