‘บรรยง’ พลิกใจหนุน ‘ชัชชาติ’ สมัย 2 พ่วงไขว้กา ส.ก.พรรคส้ม บีบปราบสินบนหมื่นล้าน


23 มิ.ย. 2569 | 22:17น.

บรรยง พงษ์พานิช ประกาศจุดยืนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับสมัยแรกสอบตกปราบทุจริต-โครงสร้างไม่เปลี่ยน เผยดีลลับทวงสัญญาจี้บิ๊กข้าราชการเลิกโมเดลใต้โต๊ะ นำผลวิจัย TDRI รื้อใบอนุญาตก่อสร้าง-เปิดโพยภาษีที่ดิน หวังใช้ ส.ก.ส้ม คานอำนาจและอุดรอยรั่วสัญญาลมปาก

กลายเป็นกระแสที่ถูกจับตาในแวดวงธุรกิจและตลาดทุนทันที เมื่อ “บรรยง พงษ์พานิช” ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ออกมาโพสประกาศถึงเงื่อนไขในการเลือก ‘ชัชชาติ’ นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย โดยย้ำว่าจะเดินหน้าทวงสัญญาเรื่องการลดสินบนใบอนุญาตก่อสร้างและการเปิดเผยข้อมูลภาษีที่ดินอย่างโปร่งใส

โดยมีข้อความระบุว่า

28 มิย.… กาชัดชาด กับ สก.พรรคส้ม

หลังจากลังเล ไตร่ตรอง หาข้อมูลและ พบปะพูดคุยกับทีมผู้สมัครหลายทีม ก็ถึงเวลาต้องตัดสินใจ และก็ถือเป็นธรรมเนียมส่วนตัวของผม ที่จะประกาศให้เพื่อนๆทราบว่า ตัดสินใจ เลือกใคร เพราะอะไร

คราวนี้ผมตัดสินใจเลือกท่านผู้ว่าคนเดิม ให้ทำงานต่ออีกสมัยหนึ่ง ทั้งๆที่เดิมผมเคยไม่เห็นด้วยกับการทำงานแบบทีมอิสสระ ไม่ยึดโยงกับพรรค ไม่ยึดโยงกับสภา ทั้งสภานคร และสภาผู้แทนราษฎรฯ เพราะ มันจะทำให้การขับเคลื่อนด้านปฏิรูปที่จำเป็น ต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบ แทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเห็นได้จากการบริหารในสมัยแรกของคุณชัชชาติเอง ก็เป็นแต่เรื่องวัตถุ เช่น มีสวนเพิ่ม มีห้องยิม(แหะๆ แพงไปนี้ด) กับ เรื่องของการจัดการสถานการณ์ เช่น ตึกถล่ม นำ้ท่วมขัง แต่ด้านโครงสร้างแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย สินบน ส่วย ก็ยังคงมีอยู่แบบเดิม

ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ของผม คงต้องอธิบายยาวหน่อยนะครับ…

เมื่อครั้งเลือกตั้งผู้ว่า ปี 2565… สองสัปดาห์หลังจากชนะเลือกตั้ง ท่านผู้ว่าได้นำทีมผู้บริหารมาเยี่ยม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย (ACT) ผมในฐานะกรรมการและกรรมการบริหาร ACT มาตั้งแต่เริ่มตั้งองค์กร ได้รับมอบหมายให้นำเสนอมาตรการที่จะลดสินบนใบอนุญาติก่อสร้างใน กทม. ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า ไม่ว่าใครจะขอใบอนุญาตก่อสร้างอะไรก็ต้องมีค่าน้ำร้อนนำ้ชา ประมาณ 1-2%ของมูลค่าการก่อสร้าง ถ้าไม่งั้น ด้วยกฎระเบียบที่หยุมหยิมแถมมีการให้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ การจะได้ใบอนุญาตก็จะแสนยากเย็น ใช้เวลาแสนนาน หรือไม่ก็จะต้องว่าจ้างผู้ออกแบบที่ทางเจ้าหน้าที่แนะนำ มีการประมาณว่า สินบนใบอนุญาตก่อสร้างนี้ ทั่วประเทศมีมูลค่ากว่าปีละหมื่นล้านบาท โดย 40-50% จะอยู่ใน กทม.ถ้าท่านผู้ว่ามีความตั้งใจจะมุ่งมั่นแก้ไขเรื่องนี้ ทาง ACT จะให้ความร่วมมือ โดยจะเป็นผู้ออกเงิน ว่าจ้างให้ TDRI ทำวิจัย ใน

สองประเด็นคือ มีกฎระเบียบอะไรบ้างที่มากเกินไป ไม่เป็นประโยชน์คุ้มค่า และกลายเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่เอาไปจับผิดเรียกร้องสินบน สมควรที่จะยกเลิกหรือปรับปรุง และมีกระบวนการไหนบ้างที่ควรจะปับปรุงให้รวดเร็วโปร่งใส ลดการใช้ดุลพินิจลง แต่ขอให้ท่านผู้ว่าไตร่ตรองให้ดีนะครับ ว่าจะทำหรือไม่ เพราะเงินสินบนสี่ห้าพันล้านที่เราตั้งใจจะลดเลิก มีนไม่ได้หล่นจากฟ้า แต่มันออกจากกระเป๋าเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่เคยได้รับกันมายาวนานจนเป็นวัฒนธรรม

ในที่สุดท่านผู้ว่าชัชชาติก็แจ้งว่าประสงค์จะทำเรื่องนี้ องค์กรACT เลยออกเงินสามล้านบาท (ซึ่งแน่นอนครับ ไอ้เตาออกให้ ACTอีกที) ขอให้ TDRI ศึกษาวิจัยและเสนอเรื่องงนี้ให้ท่านไปกว่าสามปีแล้ว แต่ปรากฏว่าท่านนำไปปฏิบัติไม่ถึงสี่ในสิบ และผู้คนก็ยังต้องจ่ายอยู่เหมือนเดิม พอผมทวงถามจากท่านผู้ว่า ท่านรองทีไร ท่านก็มักแจ้งว่า มันไม่อยู่ในอำนาจกทม.เสียทีเดียว บางเรื่อง ต้องมีการแก้กฎหมายในความรับผิดชอบของมหาดไทและสภาฯ

เรื่องนี้ผมเจอท่านที่ไหนผมก็ต้องปรี่เข้าไปทวงถาม จนท่านคงเบื่อหน้า ไม่อยากเจอผม …มีเรื่องตลกเล่าให้ฟัง…ครั้งหนึ่งผมเจอท่านงานศพ ผมก็ปรี่เข้าไปทวงถาม “ท่านผู้ว่าครับ เรื่องปราบสินบนก่อสร้าง เมื่อไหร่ท่านจะเอาจริงเสียที” ปรากฎว่าท่านตอบว่า “พี่เตาครับ ผมเป็นหมอ ไม่ได้เป็นผู้ว่า” …(จนบัดนี้ผมยังไม่แน่ใจเลยว่า วันนั้นผมเจอคุณหมอฉันท์ชายหรือท่านผู้ว่าชัชชาติ)

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องภาษีที่ดิน ที่เป็นรายได้หลักของกทม.เอง กฎหมายให้เก็บในอัตราต่างๆกันตามการใช้งาน เช่น เป็นบ้าน อาคารการค้า ศูนย์การค้า พื้นที่เกษตร ฯลฯ และกระบวนการเปิดให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ระบุประเภทการใช้งาน ซึ่งเรื่องนี้ ผมเคยเสนอท่านรองสานนท์ที่เคยประกาศจะทำ open-government ว่า วิธีการแก้เรื่อฃงนี้ก็แค่ ให้ทำเหมือนเมืองใหญ่ๆของโลก เช่น นิวยอร์ค นิวออร์ลีนส์ ที่เขาแค่เปิดเผยให้ทุกคน(รวมทั้งประชาชน) เข้าไปดูได้เลย ว่า ตึกไหน พื้นที่ไหน ถูกนิยามว่าใช้งานอะไร มีพื้นที่เท่าไหร่ เสียภาษีกี่บาท แค่นี้ก็จะทำให้ไม่มีใครจ่ายสินบน(เพราะถ้ามีคนจ่ายกูก็ได้ด้วย เป็น free rider สบายไป) ตรวจสอบจับโกงก็ง่าย วิธีการก็ง่าย แค่ทำsoftware ไม่กี่ตัง เพียงแต่ต้องสั่งให้ทุกคนทุกเขตต้องกรอกข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าจะทำ ผมก็จะขอให้ACTสนับสนุนเรื่อง software (ไม่น่าจะกี่ตัง) แต่ก็ไม่มีการทำ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครสองท่าน คือ ดร.โจ กับ คุณเจมส์ แวะมาคุยกับผม ผมก็เล่าสองเรื่องนี้ให้ฟัง พร้อมกับมอบ paperของ TDRIให้ไป ทั้งสองท่านก็รับว่าจะนำไปพิจารณาปฏิบัติถ้าได้โอกาส คุณเจมส์ถึงกับเอาpaperไปชูบนเวทีดีเบต

เมื่อสัปดาห์ก่อน ท่านผู้ว่าและทีมงานกรุณานัดมาคุยกับผม…ซึ่งก็แน่นอนครับว่า ผมต้องทวงสองเรื่องนี้อีก ซึ่งท่านก็ชี้แจงอีกว่าติดอะไร แต่คราวนี้ในสมัยสอง ถ้าได้ทำ ท่านจะเอาจริง และผมก็รับว่า ถ้าต้องการความร่วมมือจากสก.สข. ไม่ว่าจะพรรคไหน ทางACT ทาง TDRI ก็จะพยายามประสานให้ หรือแม้แต่กับทางสภาผู้แทน ทางมหาดไท ก็น่าจะได้รับความร่วมมือ เพราะท่านนายกฯก็ประกาศก้องว่าหมดยุคโกง ยุคสินบน (ยิ่งเป็นการปราบนอกหน่วยงาน ที่ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านก็น่าจะยินดี) ทางสื่อต่างๆก็น่าจะช่วยกันทำให้เป็นวาระแห่งเมือง

ซึ่งถ้าท่านทำจริง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะพอสินบนลด ต้นทุนเศรษฐกิจก็ลด เป็นตัวอย่างให้ทั่วประเทศต้องทำ แถมกทม.ก็คงเก็บภาษีได้เพิ่มเยอะ(ผมก็คงต้องจ่ายเพิ่ม (แต่ก็ยินดีครับ) และอาจจะเอาภาษีที่ได้เพิ่ม ไปเพิ่มค่าตอบแทนข้าราชการเจ้าหน้าที่ เอาของใต้โต๊ะขึ้นมาบนโต๊ะ ข้าราชการเจ้าหน้าที่ก็จะมีรายได้เพิ่มอย่างเป็นธรรมตามผลงาน ทำลายระบบอากงไปในตัว

จากการที่ท่านรับปาก(ไม่ถึงกับสัญญา) ทำให้ผมเกิดความหวังขึ้นมาว่า ที่ลงทุนลงแรงไว้ นะเกิดผลจริงจังขึ้นมาได้บ้าง และยังไงท่านก็คงจะนอนมา ผมก็เลยตัดสินใจที่จะเลือกท่าน แต่เนื่องจากท่านไม่มีทีมสก.สข. ผมก็เลยขอเลือกส้ม เผื่อมีอะไรที่จะขอให้สนับสนุนเรื่องนี้ ผมจะได้ไปอ้อนวอนขอแรงได้

และคราวนี้ถ้าท่านยังไม่ทำ ผมก็จะขอทวงดังๆนะครับ (แต่จะถามก่อนนะครับว่าท่านเป็นหมอหรือป่าว)

จึงแจ้งมาเพื่อทราบครับ