
กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption เสนอวาระ “5 เปิด” รับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ดันกรุงเทพมหานครเป็นต้นแบบความโปร่งใส เปิดข้อมูลเมือง เปิดการมีส่วนร่วม เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เปิดกระบวนการอนุมัติอนุญาต และเปิดมาตรการบริหารความเสี่ยงคอร์รัปชัน ย้ำผู้ว่าฯ ต้อง “พูดแล้วทำ” ให้ประชาชนตรวจสอบงบประมาณ โครงการ และผลลัพธ์การทำงานได้จริง
ตามที่ “กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption” ได้ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาล ด้วยการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ที่จะถึงนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารเมืองหลวงให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
นายพจน์กล่าวว่า หลักคิดสำคัญคือ “ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ” กล่าวคือ ผู้บริหาร กทม.ต้องมีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ทำตามสิ่งที่หาเสียงไว้ และต้องมีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามตรวจสอบได้
คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงจัดทำข้อเสนอ “5 เปิด” เพื่อส่งสารถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เป้าหมาย “กรุงเทพมหานครต้นแบบความโปร่งใส”
ข้อเสนอแรก คือ เปิดข้อมูลเมืองแบบตรวจสอบได้ หรือ Open Data โดยเปิดข้อมูลการจัดทำงบประมาณ ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลสำคัญชุดต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ หรือ machine-readable พร้อมพัฒนาเป็นฐานข้อมูลเปิดที่ทุกคนใช้ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ต้องเชื่อมโยงข้อมูลบริษัทและสัญญาสัมปทานหรือร่วมทุน ให้ประชาชนสามารถสืบค้นและวิเคราะห์ได้ รวมถึงใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับโครงการเสี่ยง และวิเคราะห์รูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ผิดปกติ
ข้อเสนอที่ 2 คือ เปิดการมีส่วนร่วมภาคประชาชนบนแนวทางบริหารงานแบบรัฐบาลเปิด หรือ Open Government โดยเปิดให้ประชาชนร่วมติดตามโครงการระดับเขตตามแนวทาง Open Government Partnership หรือ OGP
แนวทางดังกล่าวรวมถึงการสร้างกระดานรวมข้อมูล หรือ Dashboard เพื่อติดตามการใช้จ่ายงบประมาณและความคืบหน้าโครงการ ใช้ระบบประเมินความพึงพอใจ หรือ Citizen Feedback จากประชาชนที่ติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน กทม.ทุกระดับ และต้องมีระบบปกป้องผู้แจ้งเบาะแส
ข้อเสนอที่ 3 คือ เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส หรือ Open Contracting โดยเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่การจัดทำร่าง TOR การกำหนดราคากลาง ผู้เสนอราคา สัญญา การแก้งาน และการส่งมอบงาน
พร้อมกันนี้ ต้องจัดทำระบบติดตามโครงการก่อสร้างที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้ข้อตกลงคุณธรรม หรือ Integrity Pact กับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงการฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อน ด้วยการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเจ้าของบริษัทคู่ค้าในทุกสัญญา
ข้อเสนอที่ 4 คือ เปิดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น หรือ Open Permitting Process โดยปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ เพื่อลดอำนาจใช้ดุลยพินิจ และเพิ่มความชัดเจนในกฎหมายทุกระดับ
กระบวนการออกกฎหมายต้องเปิดให้ประชาชนร่วมพิจารณายกร่างได้ ขณะที่กระบวนการอนุมัติใบอนุญาตต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนเป็นมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตัดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ และต้องมีระบบติดตามตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์การออกใบอนุญาตทุกประเภท พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงและตรวจสอบได้
ข้อเสนอที่ 5 คือ เปิดมาตรการกำกับและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน หรือ Open Risks Management โดยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน เน้นการป้องกันอย่างเป็นระบบที่เปิดเผยและตรวจสอบได้
มาตรการดังกล่าวต้องครอบคลุมตั้งแต่การระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์ความเสี่ยง ไปจนถึงการป้องกันและปิดความเสี่ยง พร้อมระบุแผนงานและความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกำหนด KPI ด้านความโปร่งใส และเปิดเผยผลลัพธ์การทำงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
นายพจน์กล่าวว่า ปัญหาหลายด้านของ กทม. ไม่ได้เกิดจากการขาดงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการขาดระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม รถติด ขยะ PM 2.5 หรืองบประมาณที่ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน ล้วนเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส
“ตราบใดที่ข้อมูลไม่เปิด ประชาชนย่อมตรวจสอบไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย.นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กทม.ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเป็นมหานครต้นแบบแห่งความโปร่งใสด้วยข้อเสนอ 5 เปิดนี้ เราหวังว่าภาคการเมืองจะตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน และขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแสดงพลังเลือกผู้สมัครที่มุ่งเน้นสร้าง กทม.โปร่งใส” นายพจน์กล่าว
ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะฝ่ายวิชาการของคณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption กล่าวว่า การบริหารจัดการเมืองตามข้อเสนอ “5 เปิด” มีสาระสำคัญร่วมกันคือ การเปิดข้อมูลเท่ากับการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม การที่ กทม.จะกลายเป็นมหานครต้นแบบความโปร่งใสได้ ยังขึ้นอยู่กับผู้นำที่ต้องมุ่งมั่นจริงจังอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ “บริหารงานโปร่งใส ตั้งใจปราบโกง เชื่อมโยงประชาชน” ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด
“ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นการออกแบบระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูล และให้อำนาจภาคประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภาคการเมือง ลดการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ นี่คือหัวใจของกรุงเทพฯ โปร่งใส” นายมานะกล่าว
ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก
เป้าหมายสำคัญคือทำให้การบริหารเมืองในอนาคตมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ผ่านระบบข้อมูลเปิด การมีส่วนร่วมของประชาชน และกลไกป้องกันคอร์รัปชันที่ทำงานได้จริง





