สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สถานการณ์การระบาดของอีโบลา ในประเทศคองโก ยังไม่ดีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน กระทรวงสาธารณสุขคองโก ยืนยันพบผู้ป่วยอีโบลาในประเทศแล้ว 1,003 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 254 ราย ขณะที่มีผู้หายจากการป่วยแล้ว 100 ราย ในจังหวัดอิตูริ นับตั้งแต่พบการระบาดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม และยังมีผู้ป่วยอย่างน้อย 365 คนที่ยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือต้องแยกตัวรักษา
ทั้งนี้ การระบาดของอีโบลา ที่มาจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยพบเจอ ที่ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษา

ขณะที่การติดตามหาตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับทางการคองโก โดยกระทรวงสาธารณสุขคองโก ระบุว่า การติดตามหาตัวผู้มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยประสบความสำเร็จราว 55 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
นายแพทย์ฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) แอฟริกา เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “หากต้องการจะควบคุมการระบาด โดยเฉพาะการระบาดของอีโบลา จะต้องรู้ว่าผู้ป่วยรายแรกคือใคร แต่เรายังไม่มั่นใจว่าการระบาดครั้งนี้จริงๆเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด”
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุผู้ป่วยรายแรกได้ และสามารถติดตามผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อได้มากกว่า 35,000 ราย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง คือจังหวัดอิตูริ เป็นพื้นที่ที่มีการต่อสู้รุนแรงอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มกบฏ ทำให้หมู่บ้านหลายแห่งขาดการเข้าถึง และทำให้ผู้คนต้องหนีออกจากที่อยู่อาศัย รวมถึงผู้ที่หลบภัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยที่แออัด และต้องเคลื่อนย้ายตลอดเวลา
ซึ่งหลังจากการระบาดผ่านมากว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่เชื่อว่า โรคนี้ยังคงแพร่กระจายเร็วกว่าความพยายามในการรับมือ และไม่มีใครรู้จำนวนที่แท้จริงของการระบาด




