
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามคำสั่งเร่งผลักดันการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีอานุภาพสูง เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเร่งความพยายามในการปกป้องระบบของรัฐบาลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นความพยายามในการที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับสหรัฐ ในการแข่งขันกับประเทศจีน เพื่อครอบครองเทคโนโลยีที่อาจพลิกโฉมวงการวิทยาศาสตร์และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ไมเคิล แครตสิออส ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวในการแถลงภาพรวมล่วงหน้า โดยอ้างถึงการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมดังกล่าวว่า “เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ภายในปี 2028”
ทั้งนี้ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งมุ่งเป้าไปที่การปกป้องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยมีการตั้งเป้าหมายที่จะย้ายระบบคอมพิวเตอร์สำคัญของรัฐบาลไปยังระบบการเข้ารหัสหลังควอนตัม ภายในปี 2030 หรือ 2031
ข่าวระบุว่า คำสั่งดังกล่าว เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลของทรัมป์ มอบให้กับการรักษาความเป็นผู้นำของสหรัฐ ในการแข่งขันด้านควอนตัมกับจีน ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ วิทยาศาสตร์วัสดุ และเคมี ขณะเดียวกัน ก็ต้องป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดจากเทคโนโลยีนี้ด้วย
คำสั่งดังกล่าว ยังเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน ติดตั้งใช้งานเซ็นเซอร์ควอนตัม ภายในปี 2028 ซึ่งเซ็นเซอร์เหล่านี้จะสามารถช่วยในการนำทางของเครื่องบินในเขตสงคราม ที่มีการรบกวนสัญญาณของจีพีเอส หรือระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก และเมื่อนำไปติดตั้งที่ดาวเทียม ก็จะสามารถใช้เพื่อตรวจจับกิจกรรมใต้ดินจากอวกาศได้ เช่น การขุดอุโมงค์หรือการสร้างอุโมงค์เก็บขีปนาวุธ
แครตสิออส กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในคำสั่งประธานาธิบดี ยังมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และมาตรการรักษาความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน เมื่อพิจารณาจากการที่คู่แข่งและปฏิปักษ์กำลังมองหาช่องทางที่จะบ่อนทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่รวมอยู่ในชุดคำสั่งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ จัดทำแผนสำหรับการติดตั้งใช้งานเซ็นเซอร์และเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยระบบควอนตัมภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
คอมพิวเตอร์ควอนตัมนั้น ใช้กฎของฟิสิกส์ควอนตัม ในการประมวลผลข้อมูลในรูปแบบที่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนบางประการได้เร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างมาก และยังสามารถถอดรหัสที่ใช้ในการปกป้องคอมพิวเตอร์จากการถูกเจาะระบบหรือถูกแฮก ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่การโจมตีทางไซเบอร์ที่รุนแรงได้
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ประกาศว่าจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนรวม 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทควอนตัมคอมพิวเตอร์ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงกิจการร่วมทุนแห่งใหม่ของบริษัท ไอบีเอ็ม ด้วย




