
ผู้ว่าฯ ชื่นชม อบจ.ภูเก็ต เก็บภาษีโรงแรมปีละ 300 ล้าน พร้อมเสนอไอเดียเก็บเพิ่มจาก 1% ขึ้นเป็น 3% เล็งดึงโรงแรมใต้ดินกว่า80% เข้าสู่ระบบ หวังสร้างรายได้เพิ่ม3,000 ล้านบาท/ปี
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ในหัวข้อ “ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจโลกต่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต” พร้อมบรรยายพิเศษเรื่องการเสริมพลังประชาชนพัฒนาจังหวัด โดยมี นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต คณะผู้บริหาร อบจ. หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน
นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เดิม อบจ.ภูเก็ต จัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้าพักโรงแรมในอัตรา 1% สร้างรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นประมาณ 300 ล้านบาท/ปี แต่ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2564–2565 รายได้ส่วนนี้ลดเหลือไม่ถึง 50 ล้านบาท
ขณะที่งบประมาณจากส่วนกลางที่นำมาใช้พัฒนาพื้นที่มีไม่เกิน 80 ล้านบาท/ปี เนื่องจากงบส่วนใหญ่ผูกพันกับเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์และครู แต่ อบจ. กลับมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลโรงพยาบาล รพ.สต. และโรงเรียนถึง 5 แห่ง รวมถึงเงินอุดหนุนหน่วยงานต่างๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท/ปี เงินเหล่านี้ได้มาจากส่วนหนึ่งของการจัดเก็บภาษีโรงแรม

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ภูเก็ตมีรายได้หลักและอัตราจ้างงานสูงสุด คือ ภาคบริการและโรงแรม ดังนั้นหากกลุ่มที่มีรายได้มากที่สุดต้องเสียภาษีให้ท้องถิ่นอย่างเต็มเพดาน จึงเป็นสิ่งสมเหตุสมผล
ที่ผ่านมา อบจ.ภูเก็ต นำเงินภาษีเหล่านี้ไปทำโรดโชว์ต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จนดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้ถึง 14 ล้านคน/ปี
จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นโมเดลให้กับจังหวัดอื่น ๆ ด้านการจัดเก็บค่าบำรุงโรงแรม 1% อีกทั้งยังได้เสนอให้ อบจ.ภูเก็ต พิจารณาปรับเพิ่มการจัดเก็บค่าบำรุงโรงแรมจากเดิม 1% ขึ้นเป็น 3% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายรองรับอยู่แล้ว
“ยกตัวอย่าง ค่าห้องพัก 1,000 บาท ค่าบำรุงท้องถิ่นคิดเป็น 30 บาท นี่คือการสร้างเส้นทางความรุ่งเรืองด้วยมือของเราเอง ไม่ต้องรอขอภาษีจากใคร ผมยอมเจ็บเพื่อพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ภูเก็ตมีเงินไปพัฒนาเมืองเพิ่มขึ้นปีละกว่า 1,000 ล้านบาท” นายนิรัตน์ กล่าว
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตเตรียมแก้ปัญหาโรงแรมที่ไม่อยู่ในระบบอีกประมาณ 80% เข้ามายื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ถึงแม้จะยังอยู่ระหว่างรอดำเนินการจดทะเบียน แต่ก็ต้องเสียภาษีบำรุงท้องถิ่นให้ถูกต้อง ซึ่งจะประสานให้ทางสรรพากรเข้ามาช่วยดูแลต่อไป
ทั้งนี้ หากสามารถปรับเพิ่มอัตราภาษีเป็น 3% และดึงกลุ่มโรงแรมอีก 80% เข้าสู่ระบบภาษีได้ จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มอีก 1,500 – 3,000 ล้านบาท/ปี จะทำให้ภูเก็ตมีงบประมาณเฉพาะจากค่าบำรุงโรงแรมมากถึง 4,000 – 5,000 ล้านบาท/ปี เพียงพอที่จะนำมาใช้พัฒนาจังหวัดได้อย่างยั่งยืน




