ปลัดมหาดไทยโต้เดือด เมียถูกป้ายสีโยงคดีโกงสอบ ‘ทรงศักดิ์’ ฮึ่มฟ้อง ถูกพาดพิงคลิปฉาว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทุจริตสอบบรรจุพนักงาน และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุดเมื่อเวลา 23.20 น. คืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ถ.นครราชสีมา เขตดุสิต กทม. เพื่อติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยการเก็บรักษาเอกสาร และไฟล์ผลการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) หลังรัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างขบวนการทุจริตสอบอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารสำคัญทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างรัดกุมที่สุด พร้อมกำชับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ยกระดับการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการป้องกันเหตุเพลิงไหม้หรือเหตุผิดปกติที่อาจกระทบพยานหลักฐาน พร้อมสั่งให้จัดเตรียมรถดับเพลิง และอุปกรณ์ฉุกเฉินประจำพื้นที่ตลอดเวลา เพื่อสามารถระงับเหตุได้ทันทีหากเกิดเหตุไม่คาดคิด เพราะเอกสาร และข้อมูลผลการสอบ ถือเป็นหลักฐานสำคัญในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเป็นส่วนสำคัญในการขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต

ที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การสอบสวนการทุจริตสอบ มีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น เมื่อครบกำหนด 7 วัน จะรายงานนายกฯและรมว.กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำข้อเท็จจริงไปดำเนินการต่อ โดยต้องทำให้โปร่งใสและชัดเจนที่สุด เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย การสอบสวนข้อเท็จจริง มีหลายประเด็น ต้องทำทุกประเด็นให้กระจ่างแจ้ง สิ่งเหล่านี้จะเฉลยเมื่อการสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างแน่นอน ขอให้วางใจได้ ไม่ปล่อยปละละเลย ใครผิดต้องรับผิด
ต่อมา นายอรรษิษฐ์ เปิดแถลงข่าว กรณีนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ภรรยาที่ถูกพาดพิงเกี่ยวกับข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมแจกข้อมูลประวัติของภรรยาให้สื่อมวลชน โดยระบุว่า ตลอดชีวิตของตนและภรรยาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ตนขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงานไม่ว่าเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน , ตาก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนภรรยาทำงานบริษัทต่างชาติไม่คุ้นเคยระบบราชการไทยแต่ต้องเข้าช่วยดูแลงาน

“ข้อมูลที่เผยแพร่มีการอ้างเชื่อมโยงผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนั้น เป็นเท็จทั้งสิ้น ผู้กระทำผิดกล่าวโทษจะต้องรับผลชั่วภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ผมจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความชอบธรรม ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย การเติบโตและรับราชการมาตามลำดับ ผมไม่เคยทำไม่ถูกต้อง หรือมีเรื่องไม่ถูกต้อง ตั้งแต่มีข่าวเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ผมเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และได้ปรึกษานายกฯในการให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาประจำที่กระทรวง และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และแจ้งกรมส่งเสริมส่วนท้องถิ่นไปเฝ้าสถานที่ข้าราชการเป็นสำคัญ ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ใหญ่มาก เป็นศักดิ์ศรีของมหาดไทย ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมต้องเคลียร์ให้จบทุกประเด็น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะเสร็จสิ้น และได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” นายอรรษิษฐ์กล่าวและว่า ตนดำเนินการเรื่องทุจริตมาทั้งหมด อยู่ดีๆมีคลิปเสียงออกมา อ้างถึงภรรยาของตน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางราชการ เรื่องนี้สามารถสืบกันได้ แต่การเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่ และพยายามเล่นข่าวนี้ไปเรื่อยๆเป็นการกลบกระแสข่าวหรือไม่ ข่าวเดิมกำลังเอาผิดผู้กระทำผิด คนที่เดือดร้อนคนที่กำลังเสียหายก็ไม่สบายใจ เพราะหันเหประเด็นไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้ใน 3-7 วันจะได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน ส่วนกรณีคลิปต้องไปถามเจ้าของเพจว่าเอามาจากไหน ตนไม่ให้ค่าคนเหล่านี้

“ยืนยันว่าไม่รู้จักกับบุคคลในคลิป ภรรยาของผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย และรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็บอกว่าการเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะปลัดอาจถูกภัยรุมเร้า หรือโดนทำร้าย คนเหล่านี้ทำร้ายผมไม่ได้ จึงมาทำร้ายคนใกล้ตัว คิดว่าบุคคลที่เข้ามาทำร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ แน่นอนว่าคนไม่หวังดีต้องการดิสเครดิต พอทำไม่ได้ก็มาหาคนข้างๆ คือ ภรรยาของผม ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และไม่ควรเอามาเกี่ยวข้องด้วย ชีวิตของผมไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย ทำงานด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ จนขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอาจเกิดจากคนอื่นชักนำเสี้ยมให้เกิดขึ้น หากเรามีสติ ต้องนึกถึงหน้าที่ของเราเป็นหลัก” นายอรรษิษฐ์กล่าว

ที่พรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และ อดีต รมช.กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรณีมีถึงคลิปเสียงพาดพิงรัฐมนตรีช่วยรายหนึ่ง มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นนั้น ตนให้ฝ่ายกฎหมาย รวบรวมคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงตนหรือไม่ คนในคลิปมีการสนทนาพาดพิง และตนไม่รู้จักว่าคนชื่อ ส้ม และกิจ ขณะนี้ได้ชื่อมาบางส่วนแล้ว ต้องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยากให้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้เอาคลิปมาพูดแบบกำกวม ไม่เห็นด้วยกับการพูดกลับไปกลับมา ถ้าคลิปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนก็คือ ผู้เสียหาย แต่ยํ้าว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริง ตนไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้

Advertisement