‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว


03 ก.ค. 2569 | 18:10น.
'บอร์ด ป.ป.ส.' เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว

‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว

นายกฯ นำถกคณะกรรมการ ป.ป.ส. หลังเกิดเหตุคดีแอร์สาว วาง 6 มาตรการควบคุม-สกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปต่างประเทศ ยกระดับตรวจเข้มสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรี ย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ว่าส่งผลกระทบและความเดือดร้อนต่อประชาชน

สาเหตุหนึ่ง คือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพการผลิตในระดับสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย เข้ามาพักคอยในพื้นที่ตอนในและขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งต่อกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาค้าขายและแพร่ระบาดในหมู่บ้าน/ชุมชน กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติดยังส่งผลกระทบความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเป็นจำนวนมาก นายกฯจึงกำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงคดีแอร์สาวการบินไทย ว่า ทุกฝ่ายต้องดำเนินคดีอย่างรัดกุมรอบคอบ เน้นรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนคดีให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย คดีนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสายการบินเป็นอย่างมาก

โดยที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ ดังนี้

1.การท่าอากาศยาน บูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร และสัมภาระขนส่งในขาออกผ่านการ X-ray และการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น

2.การท่าอากาศยาน จะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง

3.สถาบันการบินพลเรือนและการบินไทย รวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

4.เห็นชอบกรมศุลกากร ยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร(Passenger Information Unit :PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record :PNR)

5.สถาบันการบินพลเรือน จะยกระดับการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ

6.ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้  ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามยาเสพติดทุกรูปแบบ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน

ได้แก่ 1) การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ 2) การเสริมความมั่นคงชายแดน 3) การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 4) การลดผลกระทบต่อประชาชน 5) การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด 6) การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด และ7) การสร้างสังคมปลอดภัย