ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน


03 ก.ค. 2569 | 17:04น.
ทองอยู่ คงขันธ์

ทองอยู่ คงขันธ์

สัมภาษณ์

แม่ทัพกลุ่มขนส่ง เดินหน้าเปิดตัวท้าชิงเก้าอี้บอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ในนาม “ทีมพัฒนาประกันสังคม” ภายใต้การนำของ ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ พร้อมประกาศล้างไพ่ระบบสิทธิประโยชน์และโครงสร้างการบริหารงานกองทุนประกันสังคมครั้งใหญ่ หวังดึงเม็ดเงินและสวัสดิการกลับคืนสู่มือนายจ้างและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม ซัด 36 ปี นายจ้างสูญเปล่า เล็งตั้ง “ธนาคารแรงงาน-รพ.เฉพาะกิจ” ชูโปร่งใสทลายปมในอดีต

เผย Pain Point 36 ปี ฝ่ายนายจ้าง “สูญเปล่า”

ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ (Pain Point) ที่ทำให้ตัดสินใจนำทัพลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในรอบนี้ว่า ตนต้องการเข้าไปพลิกโฉมและทบทวนระบบสิทธิประโยชน์ของทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างอย่างจริงจัง เนื่องจากเมื่อพิจารณาย้อนกลับไปตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนประกันสังคมในปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 36 ปีที่ฝ่ายนายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมาโดยตลอด แต่กลับไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ ตอบแทนกลับคืนมาเลยแม้แต่ดียังเดียว

“เรื่องแรกที่ต้องทำคือเข้าไปดูสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและลูกจ้างว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา นายจ้างไม่เคยได้สิทธิประโยชน์ใด ๆ เลยจากกองทุนประกันสังคม การเข้ามาครั้งนี้จึงต้องการขับเคลื่อนนโยบายที่ดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย” ดร.ทองอยู่ ระบุ

กาง 4 พิมพ์เขียวขับเคลื่อนนโยบายเพื่อผู้ประกันตน

สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกจ้างและผู้ประกันตน ดร.ทองอยู่ ได้นำเสนอ 4 เมกะโปรเจกต์ สำคัญที่จะเข้าไปผลักดัน ได้แก่

1. จัดตั้งธนาคารแรงงาน: เพื่อเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการดูแลเสถียรภาพทางการเงิน สวัสดิการ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนให้กับผู้ใช้แรงงานโดยตรง

2. ตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเฉพาะกิจ 5 แห่ง: ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน โดยการนำร่องแปรสภาพศูนย์บำบัดฟื้นฟูแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีอยู่เดิม ให้กลายเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางของประกันสังคม โดยจะปักหมุดนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 1 แห่ง ยกระดับให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะกิจที่มีมาตรฐานการรักษาในลักษณะเดียวกับโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลทหาร หรือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และจะขยายผลจัดตั้งในภูมิภาคต่าง ๆ อีก 4 แห่งตามโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่

3. คุ้มครองความยั่งยืน “กองทุนชราภาพ”: มุ่งเน้นการบริหารพอร์ตและวางรากฐานความมั่นคงปลอดภัยให้กับกองทุนชราภาพ เพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินที่จับต้องได้จริงให้กับผู้ใช้แรงงานที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต ให้มั่นใจว่าเงินออมทั้งหมดของผู้ประกันตนจะยังคงเหลือและมั่นคงในระยะยาว

4. มาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอุ้มนายจ้าง: เสนอโครงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำภายใต้เงื่อนไขของกองทุนประกันสังคม เพื่อนำมาช่วยเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ หรือใช้ในการขยายกิจการให้กับฝั่งนายจ้าง

“เราต้องการสร้างโครงการโรงพยาบาลเฉพาะกิจของประกันสังคมขึ้นมา โดยนำร่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1 แห่ง ให้เหมือนโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลทหาร และขยายไปภูมิภาคอีก 4 แห่ง เพื่อรองรับและดูแลผู้ใช้แรงงาน 24 ล้านคน และนายจ้างไม่น้อยกว่า 5 แสนราย ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและมีความมั่นคงยั่งยืน”

ตัวแทนฐานทัพใหญ่ “ขนส่ง-โลจิสติกส์” 6 ล้านชีวิต

ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ กล่าวต่อว่า การลงสมัครครั้งนี้ ถือเป็นการอาสาเข้ามาทำงานภาคประชาสังคมในมิติที่กว้างขึ้น โดยตนเป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองและโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบเศรษฐกิจไทย โดยในภาคส่วนนี้มีฐานผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขนาดใหญ่ ประกอบด้วยนายจ้างประมาณ 1 แสนราย และมีลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงานในระบบอีกกว่า 6 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องได้รับการดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ดีที่สุด

พร้อมกันนี้ ได้ชูนโยบายหลัก 4 แกนของ “ทีมพัฒนาประกันสังคม” ที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กร คือ

  1. สะดวก: ติดต่อประสานงานง่าย
  2. รวดเร็ว: นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  3. ซื่อสัตย์ สุจริต: บริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากปัญหาการจัดการที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
  4. เป็นธรรม: สร้างความเท่าเทียมเสมอภาคให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างได้รับประโยชน์โดยเสมอภาคกัน

ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ หวังคว้าเก้าอี้ฝ่ายนายจ้าง

สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ “ทีมพัฒนาประกันสังคม” ได้จัดทัพผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่หลากหลาย ทั้งด้านการบริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยส่งผู้สมัครฝ่ายนายจ้างลงสู้ศึกยกทีม นำโดย:

  • ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ (หมายเลข 3) ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย
  • ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ (หมายเลข 4)
  • น.ส. วิรัลย์ยา วงษ์จันทร์ (หมายเลข 5)
  • พันเอก (พิเศษ) ขัตติยพงศ์ ภักดีชน (หมายเลข 6) อาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและยุทธศาสตร์
  • น.ส.ชลิกา กุลดิลก (หมายเลข 7)
  • นายเจษฎา พงศธนาธนวัฒน์ (หมายเลข 8)
  • พลเรือเอก สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา หรือ พลเรือเอก ตู่ (หมายเลข 9) ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล

“ทีมงานของเราแต่ละคนที่มาร่วมมือกันล้วนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งอาจารย์โรงเรียนนายร้อย และผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านเทคโนโลยี หลังจากนี้ผมและทีมงานเตรียมที่จะเปิดเวทีชี้แจงกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบข้อสงสัยว่า สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ จะเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างประกันสังคมของประเทศให้ดีขึ้นได้อย่างไร” ดร.ทองอยู่ กล่าวทิ้งท้าย