เอ็มบัปเป้ฟอร์มร้อน! พร้อมนำฝรั่งเศสทะลวงแนวรับปารากวัย บอลโลกรอบ 16 ทีม

ศึกฟุตบอลโลก 2026 คืนวันที่ 4 กรกฎาคม เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แข่งขัน 2 คู่ แคนาดา เจ้าภาพร่วม จะพบกับโมร็อกโก ที่เอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เวลาเที่ยงคืน ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ปารากวัยพบฝรั่งเศส ที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เวลา 04.00 น. ช่วงเช้ามืดวันที่ 5 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย

นับเป็นการเข้ามาพบกันแบบพลิกความคาดหมาย เนื่องจากปารากวัยพลิกเขี่ย “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ตกรอบ 32 ทีมสุดท้าย ด้วยการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอในเวลา 90 นาที และ 120 นาที 1-1 โดยเกมดังกล่าว ปารากวัยเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเกมรับที่มีวินัยและเหนียวแน่นจนแข้งเยอรมนีแทบเจาะไม่เข้า อีกทั้งยังอาศัยจังหวะสวนกลับฉวยโอกาสทำประตูขึ้นนำได้ก่อนอีกด้วย

นับเป็นการแก้ตัวจากที่ในรอบแรกผ่านเข้ารอบมาได้อย่างหืดจับ หลังแพ้สหรัฐอเมริกา 1-4 ชนะตุรกี 1-0 และเสมอออสเตรเลีย 0-0 เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มดี

ขณะที่ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัย โชว์ฟอร์มร้อนแรงสมราคาทีมเต็งมาตั้งแต่รอบแรก เก็บชัยชนะเหนือเซเนกัล 3-1 ถล่มอิรัก 3-0 และถล่มนอร์เวย์ 4-1 เข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มไอ และในรอบ 32 ทีมสุดท้ายก็ชนะสวีเดนแบบเหนือชั้น 3-0 คีเลียง เอ็มบัปเป้ สตาร์จากรีล มาดริด นำดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ ของอาร์เจนตินา ที่ 6 ประตู

คู่นี้เคยเจอกันมา 5 ครั้งในอดีต ฝรั่งเศสชนะ 3 เสมอ 2 โดยเป็นการพบกันในฟุตบอลโลก 2 ครั้ง คือปี 1958 ซึ่งฝรั่งเศสถล่ม 7-3 และปี 1998 ซึ่งฝรั่งเศสชนะ 1-0 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ

Advertisement

การเจอกันนัดนี้ ปารากวัยต้องพึ่งพาเกมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทวาร ออร์ลันโด คิล ซึ่งเป็นฮีโร่เซฟในการดวลจุดโทษกับเยอรมนีถึง 2 ลูก ส่วนฝั่งฝรั่งเศส นอกจากเอ็มบัปเป้แล้ว ยังมีแนวรุกสุดอันตรายอย่างอุสมาน เดมเบเล่ และไมเคิล โอลิเซ่ อีกด้วย