วรศิษฐ์ ผลตรวจล็อตแรก 1.5 หมื่นชื่อ ช็อก 5 พันขรก.ส่อโกง นายกฯ สั่งไล่เช็กให้ครบ 4 แสนคน เชื่อร่วมกันทุจริต

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกระดาษคำตอบกับคะแนนของผู้ได้รับบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้วกว่า 15,000 คนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบประกาศผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกันประมาณ 5,000 คน ถือเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นจะส่งผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมทั้งแจ้งคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมการจัดสอบและประกาศผล เมื่อป.ป.ช.ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้กระทำความผิดจะถูกเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่ขณะนี้ยังสามารถทำงานต่อได้ตามปกติ ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)ให้มาช่วยราชการ และพ้นจากตำแหน่งเดิม โดยคณะกรรมการจะต้องไปพิจารณา และกำหนดกรอบประเด็นการสอบก่อน จะมีการเรียกข้าราชการทั้ง 5 คนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนถึงการร่วมกันโกง โดยอาศัยช่องโหว่ สำหรับการดำเนินการกับข้าราชการที่บรรจุได้ทํางาน และรับเงินเดือนไปแล้ว ไม่ต้องรอศาล เป็นอำนาจการบริหารจัดการภายในกระทรวง เป็นอํานาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าส่วนราชการในการจะออกประกาศระงับ ถ้ามีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่าทุจริต ก็ต้องเพิกถอนการบรรจุ และเงินเดือนที่จ่ายไปก็ต้องเรียกคืน เป็นสิทธิของกระทรวงที่ต้องฟ้องดําเนินคดีอาญา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องตรวจสอบการสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ทั้งหมด 4 แสนรายชื่อ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องสอบทั้งหมดทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะดําเนินการตามขอบเขต

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง 5 มาตรการป้องกันการทุจริตการสอบราชการว่า มติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณา จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ตนเป็นข้าราชการเก่าเห็นข่าวการทุจริตแล้วคนแต่งชุดสีกากีมานั่งแก้คะแนน รู้สึกเสียใจจนบอกไม่ถูก เป็นเรื่องแย่มาก ไม่คิดว่าสังคมจะรับเรื่องเหล่านี้ได้ เมื่อนายกฯมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ดูแลเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่าตนเป็นข้าราชการเก่ารับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ และไม่มีใครรับได้ เบื้องต้นจะดูกรณีที่เป็นปัญหาของกระทรวงมหาดไทยก่อน และดูภาพรวมว่ามีปัญหาตรงไหน ทั้งตัวผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ส่วนรายละเอียดต้องรอส่งมาจากกระทรวงมหาดไทย และมอบให้เลขาธิการป.ป.ท. หารือกับตำรวจเพื่อระดมหาข้อมูลรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ และรวบรวมเข้ามาเพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะประชุมคณะกรรมการฯนัดแรกในวันที่ 8 กรกฎาคม

Advertisement

“เรื่องการสอบเข้าท้องถิ่น คนที่จัดสอบ คือ คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นองค์กรที่ท้องถิ่นร่วมกันตั้งขึ้นมา ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.)ที่เป็นฝ่ายเลขานุการคงจะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แต่คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ คือ กสถ. เพราะเป็นผู้อนุมัติการจัดการสอบ ขอให้สังคมติดตามว่าทำไมจึงเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ” นายปกรณ์ กล่าว

ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พรรคภูมิใจไทยจะเสนอกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. … สาระสำคัญ เพื่อกำหนดฐานความผิด และบทลงโทษสำหรับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกบุคลากรเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและความสุจริต เสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน และความเชื่อมั่นของประชาชน โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ครอบคลุมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท รวมถึงการสอบวัดผลอหรือการประเมินผลหลักสูตรที่หน่วยงานของรัฐจัดขึ้นโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน มีทั้งโทษจำคุก และปรับ โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 15 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ตามความร้ายแรงของการกระทำความผิดแต่ละประเภท พร้อมริบทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด หากเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มโทษ หากเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบให้เพิ่มโทษเป็น 2 เท่าถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มาตราการที่ให้ใช้บังคับจะให้หน่วยงานราชการ ป.ป.ช. , ป.ป.ท. , ป.ป.ง. มาร่วมกันสอบสวน พร้อมจัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีอำนาจระงับการสอบชั่วคราว เมื่อมีเหตุควรเชื่อว่ามีการทุจริต ส่วนผู้ที่เข้าสอบที่กระทำความผิด จะถูกตัดสิทธิการเข้ารับราชการ หรือปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐทุกแห่งตลอดชีวิต หากเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐให้ลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต