
ปกรณ์ ชง ครม.สัญจรสงขลา เคาะแนวทางรัฐบาลซื้อประกัน 3 ภัยพิบัติ “น้ำท่วม วาตภัย แผ่นดินไหว” แจกประชาชน 20 ล้านครัวเรือนพื้นที่สุ่มเสี่ยง หวังช่วยลดงบ-เยียวยาเร็ว คาดดีเดย์ 1 ต.ค.ช่วงฤดูน้ำหลาก
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการนำระบบประกันภัยมาช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทุกภัย ว่าจะมีการเสนอแนวทางดังกล่าวมาใช้เยียวยา โดยจะช่วยใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.น้ำท่วม 2.วาตภัย 3.แผ่นดินไหว
เนื่องจากสภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะปีนี้เป็นซูเปอร์เอลนีโญ จึงได้รับผลกระทบ ซึ่งมองว่าประเทศไทยต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้เยอะมากในแต่ละปี ซึ่งรัฐบาลไม่มีงบประมาณมากพอ สิ่งที่ต้องทำคือการป้องกัน โดยคือการลงทุน และพอเกิดเหตุแล้วก็ต้องทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือ และได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ส่วนรูปแบบการช่วยเหลือปัจจุบัน รัฐจะเป็นผู้ช่วย แต่การนำประกันเข้ามาช่วยเหลือ จะใช้โมเดลของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ประสบภัยบ่อยมาก โดยใช้รูปแบบประกันภัยพิบัติมาดูแลประชาชน โดยให้บริษัทประกันจ่ายเยียวยาฟื้นฟูเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งระบบญี่ปุ่นประชาชนต้องจ่ายเอง ส่วนประเทศไทยจะนำมาปรับใช้อีกโมเดลในการใช้งบประมาณของรัฐ จัดเป็นสวัสดิการสำรองในการดูแลประชาชน หากเกิดเหตุ
โดยจะมีการซื้อประกันภัยพิบัติพื้นฐานกับบริษัทประกัน ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่ง คปภ. จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดความรุนแรงของภัยพิบัติ และให้บริษัทประกันภัยจ่ายตรงตามเกณฑ์ให้ประชาชน โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ พร้อมย้ำว่าวิธีนี้มีความรวดเร็ว และวงเงินมากกว่าที่รัฐให้
“เรื่องนี้ต้องรอทำรายละเอียดและเสนอใน ครม.สัญจร ซึ่งค่าเสียหายก็จะมีเกณฑ์กำหนดไว้ เกิดเหตุปุ๊บ ก็จ่ายเลย ทั้งนี้จะพยายามจะบังคับใช้ให้เร็วสุดภายใน 1 ต.ค. 2569 ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี”
ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวจะเสนอขอความเห็นชอบเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจรสงขลา คาดว่าจะมี 20 ล้านครัวเรือน โดยเน้นในพื้นที่สุ่มเสี่ยงภัยพิบัติ เพราะปกติเวลารัฐจ่ายเยียวยาน้ำท่วม 4-5 หมื่นล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านี้ ทั้งนี้ หากมีความเสียหายหนักจริง ๆ รัฐจะดูแลเพิ่มเติมและสามารถควบคุมงบประมาณได้




