เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 0830 น. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงตอบโต้ พรรคประชาชน กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ด่วน ส.ส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบ ตาม ส.ว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้มเลือกตั้งแต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้วส.ว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?” ว่า แม้ภายหลังพรรคประชาชน จะแก้ไขข้อความนี้ไปแล้ว แต่การโพสต์แบบนี้ ขอถามว่า ต้องเรียกว่าเฟคนิวส์หรือไม่ ทั้งๆ ที่ในสภาฯท่านก็ร่วมอภิปราย และสิ่งที่วุฒิสภาพิจารณาก็เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาแล้ว และพรรคประชาชนเป็นถึงพรรคที่ได้อันดับ 2 ของประเทศ แต่โพสต์ข่าวในเพจของตัวเองแบบนี้ มันบ่งบอกถึงมาตรฐานที่ควรจะมีของพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า ตนขอชี้แจงให้ชัดเจนและหวังว่าจะเป็นการชี้แจงครั้งสุดท้าย เพราะตนเบื่อมากกับการที่จะต้องมานั่งตอบคำถามสื่อว่า คดีฮั้ว ส.ว. วุฒิสภาได้ไปรับรองแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร ขอบอกว่าการนิรโทษกรรม การได้มาซึ่งวุฒิสภา หรือที่ประชาชนเรียกว่า ฮั้ว ส.ว. ไม่เป็นความจริง เพราะฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีอยู่แล้วในร่างเดิม เพื่อเป็นการเยียวยากรณีในอดีต เช่น การปิดหน่วยเลือก ฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เสนอเข้าสภาฯตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.2567 เป็นเวลาก่อนที่จะมีการเลือกวุฒิสภาชุดนี้ และเกิดก่อนที่จะเลือกตั้ง ส.ว.ถึง 4 เดือน ซึ่งตนเป็นคนปรับปรุงถ้อยคำเพิ่มเติมให้มีความชัดเจน ว่าต้องไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ
“เรื่องนี้ขอบอกว่าเราสมาชิกวุฒิสภา ไม่ฉวยโอกาส และถ้าเราถูกตัดสิน ณ วันนี้ เราถูกกล่าวหา 138 ท่าน ยังเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ และวันนี้เรายังไม่ได้ถูกชี้มูลความผิด และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแก้ไขกฎหมายที่จะมาช่วยตนเอง ขอบอกว่าสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกับการออกกฎหมายช่วยตัวเอง เราไม่ทำแน่นอน ขอย้ำตรงนี้ชัดๆ ว่าเราไม่ทำแน่นอน” นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนอภิปรายในส่วนมาตรา 11 ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งเยาวชน เหตุผลไม่มีอะไรมาก ถ้าเราทำกฎหมายนี้แล้วยกเว้นมาตรา 112 ให้กับเยาวชน เรากลัวว่านี่คือบรรทัดฐานที่คนบางกลุ่ม ลัทธิบางลัทธิ เอาเรื่องนี้ไปเสี้ยมหรือสอนเยาวชน ให้เกิดการต่อต้านสถาบัน ดูหมิ่นสถาบัน ตนกลัวมากๆ ถ้าเราไม่เขียนให้ชัดแบบนี้แล้วมันจะเกิดความผิดกับเยาวชน ซึ่งตนเสียดายมากกับสิ่งที่เกิดกับเยาวชนที่ผ่านมาช่วงหลังปี 2562 จากการชุมนุมต่างๆ เอาเรื่องสถาบันไปเกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องแยกแยะก่อนว่าวันนี้การเมืองก็คือการเมือง สถาบันการปกครองก็คือสถาบันการปกครองไม่เกี่ยวกัน แต่มีลัทธิ หรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม พยายามที่จะให้เกี่ยวข้องกัน ถ้าเราไม่เขียนแบบนี้ ขอบอกเลยว่าจะมีคนใช้ช่องทางนี้ไปเสี้ยม หรือสอนเยาวชน ดูหมิ่นสถาบันได้ เราจึงต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน
“เราไม่ต้องการที่จะสร้างความขัดแย้งอีกแล้ว พอกันที เราเบื่อมาก 20 ปีที่เล่นกีฬาสีกัน เดี๋ยวแดงเดี๋ยวเหลือง หลากสีบ้าง ขอให้หยุดวันนี้พอกันที ประเทศไทยขอเดินหน้าบ้าง เศรษฐกิจไม่ไปไหน เพราะคุณมาเล่นกีฬาสีกัน แล้วต่างชาติที่ไหนจะกล้ามาลงทุน รัฐบาลก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ ดังนั้นขอว่า วันนี้เรามาจับมือกัน ความขัดแย้งทางการเมืองก็ให้มันจบในสภา ไม่ต้องไปจบบนท้องถนน ผมเคยเข้าร่วมบนท้องถนน แต่วันนี้ไม่เอาแล้วอยากให้จบในสภาฯ ใช้เสียงพี่น้องเป็นเป็นตัวตัดสิน” นายพิสิษฐ์กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า อยากฝากไปถึงพรรคประชาชน โพสต์อะไรก็ตามขอให้เป็นข้อเท็จจริง อย่าทำให้พรรคของท่านมันดูต่ำ เฟคนิวส์แบบนี้ ตนขอร้องเลยว่าท่านช่วยมาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยว่า สิ่งที่โพสต์ท่านมีเจตนาอะไรเอาให้มันชัด ไม่ใช่มาเขียนแบบนี้แล้วก็ลบโพสต์ เพราะคนอ่าน คนไลก์ อาจจะเป็นหมื่นเป็นแสนคน หรืออาจจะเป็นล้านคนก็ได้เพียงแต่เขาไม่ได้กดไลก์ กดแชร์ แต่ข้อมูลมันผิดพลาด ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร หรือจะสไตล์เดิมเหมือน
เมื่อก่อนผมเรียกระบอบส้ม เดี๋ยวนี้ผมเรียกลัทธิส้ม ไม่เน้นข้อเท็จจริง ไม่เน้นข้อกฎหมาย เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ ถามจริงๆ ทำไปเพื่ออะไร ดังนั้นต้องขอให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่ท่านโพสต์มีเจตนาอย่างไร จะขอโทษก็ได้ ผมไม่สนใจหรอก แต่ขอให้มาชี้แจงไม่ใช่เงียบ” นายพิสิษฐ์กล่าว






