
นายกฯ ยันน้ำรั่วอุโมงค์ MRT ม่วงใต้ ไม่มีกระทบโครงสร้าง กำชับตรวจจุดก่อสร้างอื่น – ระบายน้ำ เหตุเข้าสู่ฤดูฝน ชี้ไม่ใช่แค่ตรวจแบบแต่ต้องตรวจทาวธรณีวิทยาด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่สังเกตการณ์ เหตุน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำ ใต้อุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวแซวว่า “ฟิตจังเลยเที่ยงคืนแล้วยังทำงาน” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับแบบติดตลกว่า “เสียวจะตายโหง ลุ้นมีข่าวอย่างนี้มา ก็ใจไม่ค่อยดี เราก็ต้องเร่งออกไปดู ซึ่งความพร้อม ในการเข้าควบคุมพื้นที่เร็วมาก ทั้งฝั่งกระทรวงคมนาคม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ประสานงานกันหมด
เมื่อถามว่า ดูแล้วไม่น่ากังวลอะไรใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ควบคุมสถานการณ์ได้ จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิศวกรรม ก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ มีรอยซึมรอยรั่วของน้ำเข้ามาจากจุดที่ต่ำสุด น้ำเข้ามายังจุดบ่อพักน้ำ ซึ่งเป็นไปตามการออกแบบ ไม่เหมือนกับกรณีหน้าวชิรพยาบาล ซึ่งตรงนั้นเป็นรอยต่อระหว่างสถานี ที่พังลงมาทั้งโครงสร้าง
แต่จุดนี้ไม่มีผลกระทบกับโครงสร้าง และสามารถควบคุมตรวจเช็คระดับน้ำ ว่าหลังจากที่สูบน้ำออกไปแล้ว มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งจนถึงช่วงเช้าวันนี้ก็ยังไม่มี
นอกจากนี้ ตนได้ถามถึงกรณีหากฉุกเฉินจริงๆ จะมีการป้องกันอย่างไร ซึ่งผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็ได้อธิบายให้เกิดความมั่นใจ ว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง
เมื่อถามว่า ได้กำชับในจุดอื่นๆหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งให้มีการสำรวจ และอย่าดูแต่แบบอย่างเดียว ตอนนี้ต้องดูทางธรณีวิทยาด้วย ตรวจอะไรได้ก็ตรวจให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นฤดูฝนด้วย และตอนนี้มีการก่อสร้างเยอะแยะไปหมด เรื่องระบบระบายน้ำก็ต้องการเตรียมการไว้ ซึ่งตอนนี้เรารอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หากขั้นตอนแล้วเสร็จ ในส่วนของผู้ว่าฯก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ซึ่งตนจะเร่งเชิญผู้ว่าฯกทม. หารือเพื่อหาแนวทางสนับสนุนการทำงาน
เมื่อถามถึงจุดอื่นๆ เช่น หน้าวชิรพยาบาล ที่กำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมนั้น นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีการซ่อมแซม ซึ่งเมื่อวาน (8 ก.ค.) ได้มีการสอบถาม พบว่ามีการเสริม เหมือนเอาเสื้อเกราะไปหุ้มโครงสร้างอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามหลักวิศวกรรมทุกอย่าง
แต่ในเรื่องของสัญญา หรือความเสียหายต่างๆ ก็รับผิดชอบกันตามสัญญา ซึ่งส่วนใหญ่ผู้จ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่มีอะไรกระทบกับภาครัฐ ยกเว้นเรื่องเวลา ซึ่งก็ต้องไปดู ถ้าครบตามสัญญา จะต้องเสียค่าปรับอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น





