วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง


09 ก.ค. 2569 | 20:09น.

วันแรก “ชัชชาติ” ลุยงานทันที สั่งเอ็กซเรย์ทุนเทาต่างชาติ ทุกพื้นที่ ทุกสัญชาติ เช็กยิบอาคาร -ตึกแถวเก่า 278,246 อาคาร สกัดถล่มซ้ำซาก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยหลังประชุมผู้บริหารกทม.ว่า ที่ประชุมหารือเร่งด่วน เรื่องแรกธุรกิจต่างชาติ แรงงานต่างด้าว และทุนเทา โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กอ.รมน.กทม.และผู้อำนวยการเขต เข้าร่วมประชุม โดยสั่งการให้เข้มงวดในส่วนที่กทม.รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพขายของ หาบเร่ แผงลอย หรือประกอบกิจการที่กฎหมายห้ามไว้ ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
“กรณีชาวต่างชาติ กทม.ไม่มีจับกุมโดยตรง จึงส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการ ติดตามผล เช่น ดำเนินคดีหรือผลักดันกลับประเทศ โดยมอบให้ติดตามเรื่องนี้ทั้งหมด และรายงานผลการจับกุมและการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย”

ส่วนการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ ซึ่งมีความซับซ้อน ให้กทม.เอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ สำรวจมีกิจการใดน่าสงสัย แม้บางแห่งจะได้รับอนุญาตตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการขออนุญาตหรือกฎหมายสาธารณสุข แต่กทม.ไม่สามารถตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือการใช้ตัวแทนอำพรางได้ จึงให้แต่ละเขตรวบรวมข้อมูลกิจการที่น่าสงสัยในพื้นที่ของตน เช่น เขตบางรักได้จัดทำข้อมูลได้อย่างละเอียด ทั้งธุรกิจที่ไม่มีข้อสงสัยและธุรกิจที่ควรติดตาม

ทั้งนี้ไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะธุรกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ครอบคลุมทุกสัญชาติ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีลักษณะธุรกิจแตกต่างกัน เช่น เขตห้วยขวางและย่านสุขุมวิท ให้ทุกเขตรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนเรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กอ.รมน. กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้ข้อมูลของกทม.เป็นฐานในการดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ให้ใช้อำนาจตามหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบการดัดแปลงอาคารเพื่อประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ให้สำนักการโยธาและสำนักงานเขตตรวจสอบอย่างละเอียดและดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่มี

เรื่องที่ 2 การตรวจสอบอาคารเก่าและความปลอดภัยของอาคาร จากเหตุการณ์กันสาดในเขตสัมพันธวงศ์ถล่ม ได้สั่งการให้ดำเนินการใน 3 ส่วน ส่วนแรกคือการสำรวจห้องแถวเก่า ซึ่งมีทั้งหมด 278,246 อาคาร แบ่งเป็นอายุเกิน 91 ปี จำนวน 435 อาคาร อายุ 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร อายุ 1-50 ปี จำนวน 212,601 อาคาร

โดยระยะแรกให้ความสำคัญกับอาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี รวมทั้งสิ้น 65,645 อาคาร ให้เจ้าของอาคารตรวจสอบสภาพอาคาร ประเมินความเสี่ยง และรายงานผลกลับภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมทำเช็กลิสต์สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการใช้ตรวจสอบอาคารของตนเอง ทั้งติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอาคารที่อยู่ติดพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนนและทางเท้า

ส่วนที่สอง คืออาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ จำนวน 16,400 อาคาร ซึ่งตามกฎหมายต้องตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปี รวมถึงการซ้อมอพยพหนีภัย ให้เร่งติดตามว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่

ส่วนที่สาม คือการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบนถนนและพื้นที่สาธารณะของหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการรถไฟฟ้า งานของการไฟฟ้านครหลวง และบ่อก่อสร้างต่าง ๆ ให้รวบรวมทุกจุดขึ้นแผนที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ถนนสาทร ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และจุดที่มีการขุดบ่อของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งบางแห่งมีสภาพไม่น่าปลอดภัย ให้เร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว