
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม สหภาพยุโรป (อียู) ได้กล่าวหา เมต้า ว่า ละเมิดกฎหมายสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการออกแบบ “เฟซบุ๊ก” และ “อินสตาแกรม” ให้ผู้ใช้ติดงอมแงม และเรียกร้องให้ปิดการใช้งาน “คุณสมบัติที่ทำให้เสพติด” เช่น การเลื่อนดูแบบไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการบริหารของอียู ได้แจ้งข้อกล่าวหาชุดใหม่ ต่อ เมต้า แพลตฟอร์มส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนภายใต้กฎระเบียบดิจิทัลที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศสมาชิกอียู 27 ชาติ หรือที่เรียกว่า ดิจิทัล เซอร์วิสเซส แอคต์ (Digital Services Act) กฎระเบียบที่กำหนดให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีต้องปกป้องผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มิเช่นนั้นจะต้องถูกปรับเงินจำนวนมาก
คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า เมต้า ล้มเหลวในการประเมินความเสี่ยง ในการออกแบบฟีเจอร์ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้ใช้ รวมถึงผู้เยาว์ และถึงแม้ว่า บริษัทจะมีเครื่องมือและการควบคุมเพื่อช่วยจัดการการใช้เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม แต่เครื่องมือเหล่านั้นก็ถูกยกเลิก ปิดการใช้งาน หรือใช้งานยากในทางเทคนิค
โดยคณะกรรมาธิการยุโรป สรุปเบื้องต้นว่า เมต้า จำเป็นต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ สำหรับอินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก เช่น ปิดการใช้งาน “คุณสมบัติที่ทำให้เสพติด” เช่น การเล่นวิดีโออัตโนมัติ และการเลื่อนดูแบบไม่สิ้นสุด โดยไม่ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นเอาไว้
โดยตอนนี้ เมต้า มีโอกาสที่จะตอบโต้ และแก้ต่าง ก่อนที่คณะกรรมการจะออกคำตัดสินขั้นสุดท้าย ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประจำปีทั่วโลก
เมต้า ได้แถลง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ได้คำนึงถึงมาตรการที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อปกป้องวัยรุ่น และว่า นับตั้งแต่เริ่มการสอบสวน บริษัทได้เปิดตัวบัญชีสำหรับวัยรุ่น (Teen Accounts) ที่จะปกป้องวัยรุ่นโดยอัตโนมัติ และให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมการใช้งานได้ โดยอนุญาตให้ผู้ปกครองบล็อกการเข้าถึงอินสตาแกรม ในเวลากลางคืน และจำกัดเวลาการใช้งานหน้าจอต่อวันไว้ที่ 15 นาทีเท่านั้น
“เราเห็นด้วยกับความมุ่งมั่นของคณะกรรมาธิการยุโรป ในการมอบประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัย และเป็นบวกแก่เยาวชน และจะยังคงร่วมมือกับพวกเขาอย่างสร้างสรรค์ต่อไป”
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ ระบุว่า การออกแบบฟีเจอร์ ของเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม รวมถึงคำแนะนำส่วนบุคคล และการแจ้งเตือนแบบ “พุช” นำเสนอเนื้อหาอย่างไม่รู้จบ ทำให้สมองของผู้ใช้งาน ทำงานแบบอัตโนมัติ และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างเสพติด
ขณะเดียวกัน การควบคุมเวลาหน้าจอที่ผู้ปกครองสามารถกำหนดให้กับอุปกรณ์ของวัยรุ่นนั้น ถูกละเลยได้ง่าย และไม่ได้ส่งผลให้การใช้งานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการควบคุมเหล่านั้นก็ไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เวลา และความพยายามที่ผู้ปกครองต้องใช้ในการทำความเข้าใจและการใช้งาน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ ได้เสนอให้เมต้า เปลี่ยนแปลงการออกแบบ ให้ดีกว่า ด้วยการส่งเสริมให้มีการพักหน้าจอ และการเปลี่ยนแปลงระบบแนะนำเนื้อหาที่เน้นการมีส่วนร่วม ให้น้อยลง
เฮนนา วิร์กกูเนน รองประธานบริหารของคณะกรรมาธิการที่ดูแลด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า ยุโรปมุ่งมั่นที่จะบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้แพลตฟอร์ม ต้องรับผิดชอบต่อคุณสมบัติการออกแบบที่ทำให้เสพติด ซึ่งการปกป้องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของชาวยุโรป ต้องเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรก สำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย




