รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง


11 ก.ค. 2569 | 08:20น.
รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควต้ากลาง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง

เสียงคำรามของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณถึงรัฐมนตรีโลกลืม ล่าสุด ไม่ใช่ครั้งแรก เคยเตือนตรง ๆ มาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง 3 ห้องประชุม

1 ห้องประชุมพรรค 2 ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี 3 วงกินโจ๊กบนตึกไทยคู่ฟ้า

ครั้งล่าสุด สำทับด้วยคำพูดที่ยิ้มอ่อน เชือดนิ่ม ครั้งนี้ได้ยินกันต่อหน้าสื่อทุกมิติ ในบรรยากาศก่อนอาหารคาวมื้อค่ำ กลางตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

วรรคที่รัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทยทั้ง 27 ชื่อ ต้องจดบันทึกทำการบ้าน คือ “ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมอยู่ นายกฯ ก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯ ลืม ก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในคณะรัฐมนตรี”

สิ่งที่เคยอยู่ในใจออกมาหมดถ้อยกระทงความ พุ่งไปถึงคณะรัฐมนตรี ที่เข้าทำงานยังไม่ถึง 100 วัน หลังแถลงนโยบาย (10 เม.ย.-6 ก.ค.) ท่ามกลางกราฟกระแสความนิยมหัวปักลง อย่างมีนัยสำคัญ

นายกรัฐมนตรีสรุปปัญหาขาลง ด้วยเมสเสจการเมือง “เป็นเพราะการสื่อสารไม่ดี ไม่ชัดเจน ไม่เต็มที่ และส่วนที่ดีไม่ได้สื่อสาร”

มีรัฐมนตรีหลายคน โดนนายกรัฐมนตรี “คอมเพลน” ไปตรง ๆ เจาะจงทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จากนัยคำพูดที่ว่า “จีดีพีก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นก็ขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด อันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น…แต่ความนิยมตกลง”

“…แต่หากจะปรับ ครม.ให้ใครออก ให้ใครเข้า ต้องอธิบายสาเหตุอย่างชัดเจนได้ว่า ทำไมเขาไม่ควรอยู่ในหน้าที่นี้ต่อไป”

ผลของการ Wake Up Call ทำให้มีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอย่างน้อย 2 ราย ตื่นจากวังวนในห้องประชุม-งานรูทีน เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี-รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ลงมือเขียนความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจ ผ่านเพจส่วนตัว

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี-รมว.พาณิชย์ หัวหน้าทีมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดใจกับสื่อมวลชนหลายแพลตฟอร์ม ตอบกระแส “หายไปไหน” ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ก่อนการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ “รัฐมนตรีเกียรติยศ” ที่ฝรั่งเศส บรรดารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พูดต่อ ๆ กันว่า นายกรัฐมนตรีปุจฉาในห้องประชุมพรรคตอนหนึ่งว่า “…ทำไม สส.ฝ่ายค้านคนเดียวตรวจสอบสร้างกระแสโจมตีรัฐบาลได้ทุกโครงการ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อทำอะไรอยู่ รัฐมนตรีของพรรค ประธานกรรมาธิการโควตาพรรค ไม่มีข่าวการตอบโต้เลย”

ข้อสั่งการจึงมีความว่า จากนี้ไปให้รัฐมนตรี สส. บุคลากรการเมืองของพรรค และเครือข่ายทนายต่าง ๆ ทำหน้าที่ตอบฝ่ายค้านให้ครบทุกด้าน

การขู่ปรับ ครม. จึงดังก้องขึ้น ทำนองว่า “รัฐมนตรีลูกเทพ ก็ปลดได้…”

จากนั้นรัฐมนตรีหนุ่ม-รัฐมนตรีนักธุรกิจ ราว 5 คน ต่างพากันแยกย้าย ไปพบปะสื่อ ปวารณาตัวพร้อมร่วมมือทุกมิติ แล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ เมื่อสื่อทีวี-ออนไลน์หลายแห่ง ยิงข่าวประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐมนตรีหลายชิ้น

แต่กระแสขาลงก็ยังไม่หยุด เมื่อพายุข่าวการโกงสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่นพุ่งสูงขึ้น ผ่านไป 2 สัปดาห์ แต่ยังจับตัวคนทำผิดไม่ได้ มีเพียงส่งลูกกันไป-มา ระหว่างทำเนียบรัฐบาล-มหาดไทย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

แถมมี “ข้าราชการโควตากลาง” ที่เตรียมจัดโผโยกย้ายทั้งใน-นอกฤดูกาล โผล่เข้าเป็นวาระพิจารณาในคณะรัฐมนตรี“เด้งปลัดกระทรวงยุติธรรม” เข้ากรุทำเนียบรัฐบาล แล้วโอนชื่อ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้มีนามสกุลพ้องกับ “สนองนุช วัฒนวรางกูร” ภรรยาคนแรกของนายกรัฐมนตรี มีโปรไฟล์เคยทำคดี FOREX เข้ารับตำแหน่งแทน

แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เคยให้ข้อมูลว่า “ข้าราชการโควตากลาง” ทั้งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการการเมือง ที่ห้ามไม่ให้ สส.พรรคไปขอตำแหน่ง หรือโยกย้ายตามอำเภอใจ มี 4 กระทรวง ให้อยู่ในดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ กระทรวงมหาดไทย, ยุติธรรม, คลัง และพาณิชย์

นอกจากการโยกย้ายนอกฤดู-ขยับให้พ้นวาระกรณีมีเรื่องอื้อฉาว จึงต้องจับตา-ปักหมุดไว้ว่า การโยกย้ายใหญ่ในฤดูเกษียณ ก่อน 30 กันยายนปีนี้ ใน 4 กระทรวง จะมีใครอยู่-ใครไป

ในภาวะซูเปอร์เอญนีโญทางการเมือง การประกาศตามหารัฐมนตรีโลกลืม-ขู่ปรับ ครม. 2 ครั้งในรอบ 1 เดือน ตามดัชนี API-Anutin Performance Index ทำให้รัฐมนตรีทั้ง 27 คนของพรรคสีน้ำเงิน ทั้งร้อน-ทั้งหนาว