
ยูเครนและอีก 9 ประเทศประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า พวกเขาได้จัดตั้งพันธมิตรเพื่อปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ โดยอาศัยประสบการณ์ของยูเครนจากการต่อสู้กับการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียมานานกว่า 4 ปี
แถลงการณ์ของทั้ง 10 ประเทศที่เผยแพร่หลังการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส ระบุว่า เป้าหมายของเราคือการสร้างขีดความสามารถในการป้องกันขีปนาวุธร่วมกันสำหรับยุโรป
“เราเชื่อว่าการปกป้องยุโรปต้องมีการแก้ปัญหาแบบครอบคลุม ซึ่งก็คือการสร้างสถาปัตยกรรมการป้องกันขีปนาวุธแบบบูรณาการ เพื่อยับยั้งและลอทอนภัยคุกคามจากขีปนาวุธในอนาคต เราตระหนักถึงประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของยูเครน ซึ่งได้มาจากการป้องกันประเทศในการเผชิญกับสงครามรุกรานที่รัสเซียเป็นผู้ก่อขึ้น” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ แต่ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการจัดตั้งระบบป้องกันดังกล่าว และยังบอกด้วยว่าแผนการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับประเทศอื่นๆ ด้วย
เซเลนสกีกำลังขอให้ผู้นำจากราว 24 ประเทศสนับสนุนการพัฒนามาตรการต่อต้านการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียที่ได้ถล่มยูเครนอย่างหนัก และทำให้ประเทศอื่นๆ ในยุโรปวิตกกังวลถึงความทะเยอทะยานที่กว้างไกลกว่าของมอสโกในทวีปยุโรป
เซเลนสกีและผู้นำเดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร ระบุว่า พวกเขาตระหนักถึง “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากขีปนาวุธ” ซึ่งสกัดกั้นได้ยากกว่าขีปนาวุธร่อนหรือโดรน
ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ยูเครนและพันธมิตรสามารถร่วมกันพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธต้นทุนต่ำที่ผลิตได้ในปริมาณมาก พร้อมทั้งพัฒนาขีปนาวุธสำหรับระบบดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ยุโรปสามารถจัดหาขีดความสามารถใหม่ในการสกัดขีปนาวุธได้ด้วยตนเอง และยังสามารถส่งมอบให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ต้องการการคุ้มครองได้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนกรานว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อ โดยให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ว่าจะตอบโต้การโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน และท่าเรือต่างๆ ของรัสเซีย จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงเป็นวงกว้าง
ปูตินกล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนเครมลินว่า “ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามโจมตีดินแดนของรัสเซียที่ใด เราจะตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน แต่การโจมตีของเราจะรุนแรงกว่าหลายเท่า”




