
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำครม.ยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมาและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการปล่อยผ่านในเรื่องนี้ เพราะนำไปสู่ความสูญเสียและมีผลต่อเนื่องไปถึงความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศด้านมาตรฐานความปลอดภัย เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในอดีตและยังเกิดขึ้นอีกจึงต้องพยายามไม่ให้เกิดขึ้น
ดังนั้นการแก้ไขจึงไม่ใช่เฉพาะเหตุที่เกิดขึ้น แต่ต้องยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานหลัก ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งสำรวจอาคารทั่วประเทศไทย ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยให้ความสำคัญกับระบบป้องกันอัคคีภัยทางหนีไฟ ความจุอาคาร การปฎิบัติตามกฏหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และให้รายงานผลความคืบหน้าต่อครม.รับทราบต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงเรื่องการปรับปรุงโซนนิ่งร้านอาหาร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่าจะต้องมีการหารือกันในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรื่องโซนนิ่งเป็นเรื่องกทม.กับตำรวจ ฉะนั้น ต้องปรับดูว่าตรงไหนมีความเหมาะสมอย่างไร แต่พอบอกให้ปรับก็จะมีเรื่องของการกำหนดระยะห่างจากโรงเรียน และ วัด ปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้หมด จึงต้องมานั่งดูว่าจะแก้ไขอย่างไร และต้องมีการแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ในโซนนิ่งจะเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน แต่ที่ดนตรีเล่นถึงเที่ยงคืนจะต้องเลิก แต่คาราโอเกะเปิดได้ เต้นรำไม่ได้ แต่นั่งฟังได้ไม่รู้ว่าการทำกฎหมายในตอนนั้น ทำไมเหตุผลถึงเป็นแบบนี้ วันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปจึงได้มอบให้มีการศึกษาอยู่ว่าจะปรับอย่างไร
นายอนุทิน กล่าวว่า กฎหมายมีชัดเจนแต่ทุกวันนี้ที่มีปัญหาเพราะคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ด้วยความหวังว่าการที่เขาทำผิดกฎหมายจะได้เงิน ได้กำไรมากขึ้น แต่เขาก็ต้องตั้งอยู่บนความเสี่ยง ไม่ยั่งยืนแน่นอน อย่างทุกวันนี้ถ้าใครทำผิดเช่นนี้อยู่ก็เตรียมรอรับได้ เพราะผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดก็สั่งเอ็กซเรย์แล้วเช่นกัน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ไฟไหม้เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม พบว่าขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการว่า สถานบริการองค์ประกอบนั้นมีองค์ประกอบอยู่ เช่น ต้องมีดนตรี มีการจำหน่ายสุรา และมีการเต้นรำ หากร้านดังกล่าวไม่ได้จดให้เป็นสถานบริการแต่มีองค์ประกอบนี้ ก็ถือว่าผิด ซึ่งการประกอบการของโรงเบียร์แห่งนี้ถือว่าเข้าข่ายมีความผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการปูพรมในการตรวจร้านอาหารที่ดำเนินกิจการในลักษณะคล้ายกันหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้แจ้งแล้วว่า ร้านใดที่มีลักษณะแบบนี้จะต้องเข้มข้นขึ้น ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งในกรุงเทพมหานครก็จะมีตำรวจนครบาล เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องสถานบริการเหล่านี้ ส่วนต่างจังหวัดก็จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อถามว่า ต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มข้นมากกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากร้านอาหารใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย มาประกอบกิจการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ช่องโหว่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเรื่องกฎหมาย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา ถ้าหากพบความผิดปกติ รวมถึงประชาชนก็มีส่วนสำคัญ หากพบคนกระทำผิดกฏหมาย สามารถแจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทยได้ ภาครัฐก็จะได้เข้าไปดำเนินการผู้ที่ฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 30 ราย ทราบอัตลักษณ์แล้ว 28 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 2ราย โดย มีผู้บาดเจ็บอาการรุนแรง (กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 75 ราย แยกเป็นกลุ่มสีแดง (รุนแรง) 25 ราย ,กลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 15 ราย ,กลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 36 ราย และผู้บาดเจ็บกลุ่มสีเขียวเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด





