
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะออกเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. ทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ชี้ไปที่นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่มารอต้อนรับ
ขณะที่ นายนิรัตน์ ได้เข้ารายงานตัว ภายหลังนายกฯได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อตรวจสอบกรณีการทุจริตคะแนนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเช้านี้ (16 ก.ค.) ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายนิรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ไปรักษาการราชการการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และให้มารายงานผลต่างๆ
ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยเน้นย้ำว่าหมายถึงกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่คณะกรรมการ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า จากการตรวจสอบพบเหตุอะไรบ้าง ก็จะแจ้งให้กับ กสถ. ที่มีหน้าที่ในการบริหารการสอบให้รับทราบ และดำเนินการในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่เขามีต่อไป
เมื่อถามว่า การประชุมดังกล่าว สามารถเพิกถอนข้าราชการชุดแรก โดยไม่ต้องรอนายกฯกลับมาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการจะถอด จะต่อหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบว่ามีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการครั้งนี้ จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินคดี จะยกเลิกหรือจะทำอะไรก็ต้องออกมาจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ กฎหมายออกแบบมาแล้ว ซึ่งอำนาจอาจจะอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย หากเป็นมท.1 สั่งการดำเนินการ ตัดสินใจเองได้ แต่กฎหมายท้องถิ่นล่าสุดให้อำนาจนี้อยู่กับกรรมการชุดต่างๆ
เมื่อถามว่า มีอะไรจะฝากไปถึงผู้ที่กระทำความผิดความผิดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องถามนำ ทั้งหมดอยู่ที่การประชุม กสถ. ที่จะมีการประชุม
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า กสถ. รับผิดชอบอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตามกฎหมาย ใครกระทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบ ทำชอบก็รับชอบ ทำผิดก็รับผิด ยึดหลักนี้เป็นบรรทัดฐานไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเพิ่มเติม แต่นายกรัฐมนตรี ยกข้อมือมาดูนาฬิกา แล้วบอกว่า “ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ประกาศครั้งสุดท้าย” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ และเข้าไปยังห้องรับรอง




