“ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้


11 ส.ค. 2569 | 10:47น.
‘ครม.สัญจร สงขลา’ ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้

พิพัฒน์ เผย “ครม.สัญจร สงขลา” ถกปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ – แก้ปัญหาผังเมือง ย้อนถามม็อบต้องการอะไร ชี้ EEC จบตั้งแต่ยุค พล.อ.ประยุทธ์ ส่วน SEC ยกเลิกแล้ว ขออย่าชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เป็นหน้าเป็นตาประเทศ มีอะไรให้ไปคุยกันที่ ก.คมนาคม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ครั้งแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 1 ก.ย.นี้ โดยวันที่ 31 ส.ค.

โดยจะเป็นการลงพื้นที่ จากคำสั่งเบื้องต้นการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ จะเป็นเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และผังเมืองที่ใช้มานาน

ทั้งนี้ ตนประชุมไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และภาคเอกชน เพื่อแจ้งให้เตรียมความพร้อม รวมถึงรวบรวมเอกสารนำส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และกระทรวงมหาดไทย โดยในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมสรุปอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล โดยให้ทั้ง 5 จังหวัดนำเสนอโครงการที่คิดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องผังเมือง และโซนนิ่ง ที่ใช้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ตรงไหนที่สมควรจะเปลี่ยนจะให้ภาคเอกชน 5 จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอด้วย โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องของคำว่ากรอบงบประมาณ เพราะเป็นเรื่องของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แต่เป็นเรื่องของภาคเอกชนที่จะนำเสนอสิ่งที่อยากได้ และสิ่งที่อยากทำ

ทั้งนี้ เบื้องต้นสิ่งที่เสนอจะเป็นการส่งเสริมอาชีพ และการฟื้นเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดภาคใต้ ว่าจะมีอาชีพเสริมอะไรบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุดของประเทศไทย ดังนั้น ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายตนให้กำกับดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จึงถือโอกาสในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้นำเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ มาพูดคุย และหาวิธีมาแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องคนในพื้นที่

ส่วนจะมีการหารือเรื่องน้ำท่วมด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของน้ำท่วมเป็นคนละส่วนกัน กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่มีการประชุมการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการป้องกัน เพราะจะเข้าถึงฤดูน้ำ โดยเฉพาะขณะนี้ทางฝั่งอันดามันถือเป็นช่วงฤดูฝน จึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัด ส่วนทางจังหวัดจะนำเสนออะไร ขอให้เสนอผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมา

เมื่อถามว่า จะเห็นภาพโครงการ Missing link ชัดเจนขึ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาเรื่องของแลนด์บริดจ์ เป็นอันว่าพักหรือยกเลิกไป

ส่วนการบริหารจัดการท่าเรือระนองว่าเป็นอย่างไรคงต้องศึกษากันต่อ ตนให้กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำการศึกษาเพิ่มเติมว่าความเหมาะสมของท่าเรือระนอง มีความเหมาะสมในการพัฒนา และการลงทุนโดยภาครัฐหรือไม่ หากไม่เหมาะสมจะใช้พื้นที่ไหน ให้ สนข.ไปสำรวจอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนคงต้องหารือกับผู้ประท้วงเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีการเซ็นเอ็มโอยูว่าจะไม่มีฟื้นคำว่าแลนด์บริดจ์ เมื่อนายเอกนิติยกเลิกคำว่าแลนด์บริดจ์ไปแล้วมันก็จบ แต่การสร้างท่าเรือฝั่งอันดามัน เป็นความสำคัญ และเป็นโอกาสของประเทศไทย

ส่วนจะเลือกสร้างท่าเรือที่ไหนในชายฝั่งอันดามัน ต้องดูถึงความเหมาะสมไล่ตั้งแต่จังหวัดสตูล กระบี่ ภูเก็ต พังงา และระนอง แต่สิ่งที่น่าจะเป็นเป็นไปไม่ได้เลยคือจังหวัดภูเก็ต เพราะเป็นเกาะกลางทะเล คงไม่มีความเหมาะสมสำหรับการสร้างท่าเรือสำหรับการขนส่งสินค้า แต่ท่าเรือสำหรับการท่องเที่ยวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะท่าเรือสำหรับการขนส่ง หรือ Missing link จะต้องเชื่อมโยงให้ได้กับการขนส่งระบบราง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการขนส่งระบบรางขณะนี้รถไฟทางคู่ทางใต้มาถึงชุมพรแล้ว คงจะมีการนำเสนอที่ประชุมครม.สัญจร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะนำเสนอให้มีการสร้างต่อตั้งแต่ชุมพร–สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่ และหาดใหญ่–ชายแดนมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.สัญจร พิจารณา โดยจะพยายามเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว

ส่วนโครงการ Missing Link นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งผลักดัน และเดินหน้าโครงการให้ได้ เพื่อให้โครงข่ายระบบรางสามารถเชื่อมโยงการเดินทาง และการขนส่งได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเสนอเรื่องการพัฒนาเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ฝั่งอันดามัน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ รฟท. อยู่ระหว่างการศึกษา โดยจะต้องรอผลการศึกษาก่อนว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบใด และมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

ส่วนกังวลหรือไม่ม็อบยกระดับ EEC และ SEC ด้วยหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าตอนนี้ม็อบมาทำไม เพราะ EEC จบไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วน SEC นายเอกนิติก็ประกาศยกเลิกไปแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าผู้ประท้วงต้องการอะไรถ้าต้องการอะไรให้มาคุยกับตนโดยตรงก็ได้ ขอฝากผู้ที่มาประท้วงถึงวัตถุประสงค์ว่าต้องการอะไร ปัญหาคืออะไร คำว่า SEC จบไปแล้วจะมาฟื้นฝอยเพื่ออะไร ตนขอพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะ SEC กับ Missing link เป็นคนละเรื่องกัน

โดยที่เรื่อง Missing ink ยังเป็นการหารือร่วมกัน จึงอยากให้ผู้ประท้วงมาพูดคุยกันอย่าประท้วง เพราะจะเสียเวลาทุกฝ่าย ต่างคนต่างมีภารกิจต้องดำเนินการต่อ อะไรที่ไม่เข้าใจต้องคุยกัน ไม่ใช่เอากฎหมู่มาประท้วง และจะทำอะไรก็ไม่แจ้งให้ชัดเจน มีอะไรทำจดหมายถึงตนได้ ตนพร้อมรับ และพูดคุยตลอดเวลา สะดวกที่สุดก็ไปที่กระทรวงคมนาคม อย่ามาอยู่แถวหน้าทำเนียบรัฐบาล เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นหน้าตาของประเทศไทย