ถกจบศึกอิหร่านชะงัก ทำน้ำมันพุ่ง 5% ในวันเดียว หุ้นเอเชียไร้ทิศทาง

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นถึง 5% ในช่วงข้ามคทน หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาใช้การได้ประสบภาวะชะงักงัน ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แตะระดับ 88.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหสรัฐปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 82.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันทั้งสองตลาดขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม โดยสัญญาซื้อขายพุ่งขึ้นประมาณ 5% เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ตอบโต้ข้อเรียกร้องของอิหร่านสำหรับข้อตกลงสันติภาพเมื่อวันจันทร์ ด้วยข้อเรียกร้องของเขาว่าอิหร่านต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตจากสงคราม การโจมตี และเหตุประท้วงต่างๆ ซึ่งเป็นการยกระดับถ้อยคำตอบโต้ระหว่างทั้งสองฝ่าย และมีแนวโน้มทำให้ความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก กลับมาใช้งานได้อีกครั้งมีความซับซ้อนมากขึ้น

โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดของ IG กล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ในภาวะที่เรียกได้ว่าเป็นการเผชิญหน้าที่ต่างฝ่ายต่างรอดูว่าใครจะยอมถอยก่อน จากนี้มันอาจกลายเป็นสงครามแห่งความอดทนอย่างแท้จริง และระหว่างที่เรารอดูว่าใครจะเป็นฝ่ายยอมก่อน เราอาจเห็นตลาดน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 75-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Advertisement

การปรับตัวขึ้นครั้งล่าสุดของต้นทุนเชื้อเพลิงทำให้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม มีความสำคัญมากขึ้น โดยตลาดคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%

หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้นักลงทุนกลับมาเพิ่มการเดิมพันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยและไม่ขึ้นดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน หรือเรียกได้ว่าเป็นการคาดการณ์แบบ 50-50

โจนัส โกลเทอร์มันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของ Capital Economics กล่าวว่า ความเสี่ยงมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ตัวเลขจะออกมาร้อนแรงกว่าคาด ซึ่งน่าจะทำให้การคาดการณ์เรื่องอัตราดอกเบี้ยกลับมาปรับสูงขึ้น และอาจทำให้ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมกับเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง

ด้านตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก

ดัชนี MSCI ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกที่ครอบคลุมมากที่สุดโดยไม่รวมญี่ปุ่น แกว่งตัวทั้งในแดนลบและแดนบวก ก่อนล่าสุดจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับขึ้น 0.3% โดยการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงทำให้บรรยากาศการลงทุนเปราะบาง

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.28% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.1% หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลดลงในการซื้อขายวันจันทร์

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี EUROSTOXX 50 ลดลง 0.05% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี FTSE และ DAX ทรงตัว

ในช่วงข้ามคืน Nvidia เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินรายใหญ่ 6 แห่ง เพื่อเปิดตัวแพลตฟอร์มด้านการจัดหาเงินทุนสำหรับการประมวลผล ซึ่งมีเป้าหมายระดมเงินทุนจากภาคเอกชนมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสะท้อนให้เห็นการลงทุนจำนวนมหาศาลในภาคธุรกิจดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 4,409.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์