ใครกำลังลังเลว่า ฉันจะเป็นยูทูบเบอร์ดีมั้ย อยากจะบอกว่ารีบเป็นเลยดีกว่า ก่อนที่ทุกอย่างจะยากไปกว่านี้

เพราะ YouTube ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2570 ครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่อยากหารายได้จากโฆษณาและสมาชิก ‘YouTube Premium’ จะต้องทำยอดให้ถึงเกณฑ์ที่สูงกว่าเดิม ขณะที่คนทำ Shorts ก็ต้องรักษายอดวิวอย่างต่อเนื่อง ถ้าอยากได้ส่วนแบ่งจาก ‘Shorts Creator Pool’
นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ ‘YouTube Partner Program’ หรือ ‘YPP’ ในรอบหลายปี โดย YouTube บอกว่า YPP เปิดมาเกือบ 20 ปีแล้ว และตอนนี้มีครีเอเตอร์ในโปรแกรมมากกว่า 3 ล้านราย จึงต้องปรับระบบให้เข้ากับพฤติกรรมการดูวิดีโอที่เปลี่ยนไป และให้ความสำคัญกับครีเอเตอร์ที่ดึงคนดูได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับคนที่กำลังจะเข้าร่วม YPP ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป ยังต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คนเหมือนเดิม แต่ต้องผ่านเกณฑ์ใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ มี ‘ชั่วโมงรับชมคลิปยาว’ (Watch Hours) ที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อย 8,000 ชั่วโมงในช่วง 365 วันที่ผ่านมา จากเดิม 4,000 ชั่วโมง หรือมียอดวิว Shorts ที่เข้าเกณฑ์ 20 ล้านครั้งในช่วง 90 วันที่ผ่านมา จากเดิม 10 ล้านครั้ง
พูดง่ายๆ คือ คนทำวิดีโอยาวต้องสะสมเวลาการรับชมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ส่วนคนที่เน้น Shorts ต้องทำยอดวิวเพิ่มจากเดิมเป็น 2 เท่า ก่อนจะเริ่มรับส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณาและ YouTube Premium
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ใหม่นี้ใช้กับคนที่กำลังสมัครเข้าร่วม YPP เท่านั้น ใครที่อยู่ในโปรแกรมอยู่แล้วจะไม่ได้รับผลกระทบ
สาย Shorts ต้องจริงจัง สม่ำเสมอ และไวรัล
แต่สำหรับสาย Shorts มีอีกเรื่องที่น่าจับตา เพราะตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2570 ครีเอเตอร์ต้องมียอดวิว Shorts ที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อย 10 ล้านครั้งในช่วง 90 วันล่าสุด จึงจะมีสิทธิ์รับส่วนแบ่งรายได้จาก ‘Shorts Creator Pool’
ถ้ายอดตกลงมาต่ำกว่า 10 ล้านครั้ง ก็ไม่ได้ถูกถอดออกจาก YPP และยังสร้างรายได้จากวิดีโอยาวได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จาก Shorts จนกว่ายอดวิวจะกลับมาถึง 10 ล้านครั้งอีกครั้ง
นั่นหมายความว่า การมีคลิปไวรัลสักครั้งอาจไม่พอสำหรับครีเอเตอร์ Shorts อีกต่อไป เพราะต้องรักษายอดวิวให้ได้ในทุกๆ 90 วัน
YouTube บอกว่าการปรับเกณฑ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Shorts กำลังโตอย่างมาก โดยตอนนี้ Shorts มียอดเข้าชมมากกว่าวันละ 200,000 ล้านครั้ง ขณะที่คนดู YouTube ผ่านทีวีรวมกันมากกว่าวันละ 1,000 ล้านชั่วโมง
ขณะเดียวกัน YouTube ก็ไม่ได้มีแค่การเพิ่มเกณฑ์ แต่กำลังเพิ่มช่องทางสร้างรายได้แบบอื่น เช่น โปรแกรมโบนัสจาก YouTube Shopping เครดิตสำหรับการทำดีลกับแบรนด์ และโบนัสสำหรับครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างหรือขยายเทรนด์บนแพลตฟอร์ม
สำหรับครีเอเตอร์ที่ยังทำยอด Shorts ไม่ถึง 10 ล้านวิวใน 90 วัน ช่องทางเหล่านี้ก็อาจเป็นอีกวิธีหารายได้ แทนที่จะต้องพึ่งโฆษณาอย่างเดียว
เตรียมเปิดตัว Premium Lite – ปรับเกณฑ์ช่อง Active
อีกเรื่องที่ YouTube กำลังขยายคือ ‘Premium Lite’ แพ็กเกจสมาชิกที่ราคาถูกกว่า YouTube Premium ซึ่งจะเปิดให้บริการในทุกประเทศที่มี YouTube Premium โดยครีเอเตอร์จะได้ส่วนแบ่งจากรายได้ค่าสมาชิกตามยอดการรับชมและ Watch Time
YouTube บอกว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ครีเอเตอร์มีรายได้จากผู้ใช้ Premium มากกว่าผู้ใช้คนเดียวกันที่ดูโฆษณา
นอกจากนี้ YouTube ยังปรับเกณฑ์ว่าช่องไหนจะถือว่า ‘Active’ ใน YPP ด้วย ตั้งแต่ปี 2570 ช่องจะถือว่ายัง Active หากมี Watch Hours อย่างน้อย 1,000 ชั่วโมงในช่วง 365 วันที่ผ่านมา มียอดวิว Shorts อย่างน้อย 1 ล้านครั้งในช่วง 90 วัน หรืออัปโหลดวิดีโอยาวอย่างน้อย 2 คลิป หรือ Shorts อย่างน้อย 5 คลิปภายใน 90 วัน
ถ้าช่องไม่เข้าเกณฑ์ YouTube จะให้เวลาอีก 90 วันในการกลับมาทำยอด Watch Hours หรือ Shorts Views ให้ถึงเกณฑ์
สำหรับครีเอเตอร์ที่เปิดใช้ฟีเจอร์อย่าง ‘Channel Memberships’ หรือ ‘Super Chat’ ก่อนปี 2566 ก็ต้องเข้าไปยอมรับข้อกำหนดใหม่ใน YouTube Studio ภายในวันที่ 31 มกราคม 2570 ไม่อย่างนั้นจะหยุดรับรายได้จากฟีเจอร์เหล่านี้ จนกว่าจะยอมรับข้อกำหนดใหม่
อยากให้คนสร้างธุรกิจจริงจังบนแพลตฟอร์มมากขึ้น
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า YouTube กำลังเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มที่ใครก็เข้ามาสร้างรายได้ได้ ไปสู่การให้ความสำคัญกับครีเอเตอร์ที่ดึงคนดูและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
โดยเฉพาะ Shorts ที่การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ การมีผู้ติดตามเยอะหรือเคยทำยอดวิวได้สูงอาจไม่พออีกต่อไป แต่ต้องพิสูจน์ว่ายังดึงคนกลับมาดูคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วน YouTube เองก็ดูเหมือนกำลังวางแพลตฟอร์มให้เป็นมากกว่าที่สำหรับดูคลิปสั้นหรือวิดีโอจากครีเอเตอร์ เพราะคนดูเริ่มขยับไปดู YouTube บนจอทีวีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการผลักดันคอนเทนต์ในรูปแบบรายการและซีรีส์มากขึ้น
สุดท้ายแล้ว การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่า YouTube กำลังทำให้การสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มเหมาะกับครีเอเตอร์ที่จริงจังกับการทำเป็นธุรกิจมากขึ้น และในปี 2570 คนที่จะไปต่อได้อาจไม่ใช่คนที่ทำคลิปไวรัลได้เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้คนดูอยากกลับมาดูอีกเรื่อยๆ
ที่มา: YouTube Help Center, YouTube Official Blog, The Verge, TechCrunch
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




